Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 340

เล่ม มมร. 70 หน้า 340 ข้อ 2
คล้ำเบื่อหน่าย ในเพราะสมณธรรมยังไม่ถึงความแก่กล้านั้น. แต่นั้น จึง สั่งทูตให้บอกแก่บิดามารดาแล้วสึก. พอ ๒ - ๓ วัน เขาได้กำลังแล้ว ประสงค์จะบวชแม้อีก. แต่นั้น เขาจึงบวชเป็นครั้งที่สอง แล้วก็สึกไปอีก ในครั้งที่สามเขาบวชอีก ปฏิบัติโดยชอบเห็นแจ้งแล้ว กระทำให้แจ้ง ปัจเจกโพธิญาณแล้วกล่าวอุทานคาถานี้ ได้กล่าวแม้พยากรณ์คาถานี้แหละ ในท่ามกลางพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายซ้ำอีก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กามา ได้แก่ กาม ๒ อย่าง คือ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑. ใน ๒ อย่างนั้น ธรรมคืออารมณ์มีปิยรูป เป็นต้น ชื่อว่าวัตถุกาม ประเภทของราคะทั้งหมด ชื่อว่ากิเลสกาม. ก็ ในที่นี้ ประสงค์เอาวัตถุกาม. กามทั้งหลายวิจิตรงดงามโดยอเนกประการ มีรูปเป็นต้น. ชื่อว่าอร่อย เพราะเป็นที่ชอบใจของชาวโลก. ชื่อว่าเป็น ที่รื่นรมย์ใจ เพราะทำใจของพาลปุถุชนให้ยินดี. บทว่า วิรูปรูเปน ได้แก่ ด้วยรูปต่าง ๆ. ท่านกล่าวอธิบายว่า ด้วยสภาวะหลายอย่าง. จริงอยู่ กาม เหล่านั้นวิจิตรงดงามด้วยอำนาจรูปเป็นต้น มีรูปต่าง ๆ ชนิด ด้วยอำนาจ สีเขียวเป็นต้นในรูปเป็นต้น. อธิบายว่า กามทั่งหลายแสดงความชอบใจ โดยประการนั้น ๆ ด้วยรูปต่าง ๆ นั้น ๆ อย่างนี้ ย่ำยีจิตอยู่คือไม่ให้ยินดี ในการบวช. คำที่เหลือในคาถานี้ ปรากฏชัดแล้ว แม้บทสรุป ก็พึง ประกอบด้วยบท ๒ บท หรือ ๓ บท แล้วพึงทราบโดยนัยดังกล่าวใน คาถาแรกนั้นแล. จบพรรณนากามคาถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka