ด้วยว่าพระมหาชินเจ้า เป็นผู้อันเราสรรเสริญแล้วตาม
กำลังของตนเท่านั้นฉันใด คนทั้งหลายก็ฉันนั้น เมื่อสรรเสริญ
อยู่ถึงโกฏิกัป ก็จะพึงสรรเสริญอย่างนี้ ๆ.
ก็ถ้าใคร ๆ จะเป็นเทพหรือมนุษย์ก็ตาม ผู้ศึกษามาดีแล้ว
จะสรรเสริญคุณให้สุดประมาณได้
ผู้นั้นก็จะได้แต่ความลำบากเท่านั้น. ข้าแต่พระองค์ผู้
ศากยบุตร มีพระยศมาก ข้าพระองค์ดำรงอยู่ในศาสนาของ
พระองค์ ถึงที่สุดแห่งปัญญาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมิได้อยู่.
ข้าพระองค์จะย่ำยีพวกเดียรถีย์ ยังศาสนาของพระชินเจ้า
ให้เป็นไป จะเป็นธรรมเสนาบดีในศาสนาของพระศากยบุตร
ในวันนี้ไป.
กรรมที่ข้าพระองค์กระทำแล้ว ในกาลอันหาประมาณมิได้
แสดงผลแก่ข้าพระองค์ ณ ที่นี้ ข้าพระองค์เผากิเลสแล้ว ดุจ
ลูกศรอันหมดกำลังแล้ว.
มนุษย์คนใดคนหนึ่งทูนของหนักไว้บนศีรษะทุกเวลา ต้อง
ลำบากด้วยภาระ ฉันใด อันภาระที่เราแบกอยู่ ก็ฉันนั้น. เรา
ถูกไฟ ๓ กองเผาอยู่ เป็นผู้แบกภาระคือภพ เหมือนถอน
เขาสิเนรุวางไว้บนศีรษะ ท่องเที่ยวไปในภพ.
บัดนี้ เราปลงภาระแล้ว เพิกภพทั้งหลายเสียแล้ว กิจที่
ควรทําทุกอย่างในศาสนาของพระศากยบุตร เราทำเสร็จแล้ว.
ในกำหนดพุทธเขต เว้นพระศากยบุตร เราเป็นเลิศด้วย
ปัญญา ไม่มีใครเหมือนเรา.