Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 422

เล่ม มมร. 70 หน้า 422 ข้อ 3
ด้วยว่าพระมหาชินเจ้า เป็นผู้อันเราสรรเสริญแล้วตาม กำลังของตนเท่านั้นฉันใด คนทั้งหลายก็ฉันนั้น เมื่อสรรเสริญ อยู่ถึงโกฏิกัป ก็จะพึงสรรเสริญอย่างนี้ ๆ. ก็ถ้าใคร ๆ จะเป็นเทพหรือมนุษย์ก็ตาม ผู้ศึกษามาดีแล้ว จะสรรเสริญคุณให้สุดประมาณได้ ผู้นั้นก็จะได้แต่ความลำบากเท่านั้น. ข้าแต่พระองค์ผู้ ศากยบุตร มีพระยศมาก ข้าพระองค์ดำรงอยู่ในศาสนาของ พระองค์ ถึงที่สุดแห่งปัญญาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมิได้อยู่. ข้าพระองค์จะย่ำยีพวกเดียรถีย์ ยังศาสนาของพระชินเจ้า ให้เป็นไป จะเป็นธรรมเสนาบดีในศาสนาของพระศากยบุตร ในวันนี้ไป. กรรมที่ข้าพระองค์กระทำแล้ว ในกาลอันหาประมาณมิได้ แสดงผลแก่ข้าพระองค์ ณ ที่นี้ ข้าพระองค์เผากิเลสแล้ว ดุจ ลูกศรอันหมดกำลังแล้ว. มนุษย์คนใดคนหนึ่งทูนของหนักไว้บนศีรษะทุกเวลา ต้อง ลำบากด้วยภาระ ฉันใด อันภาระที่เราแบกอยู่ ก็ฉันนั้น. เรา ถูกไฟ ๓ กองเผาอยู่ เป็นผู้แบกภาระคือภพ เหมือนถอน เขาสิเนรุวางไว้บนศีรษะ ท่องเที่ยวไปในภพ. บัดนี้ เราปลงภาระแล้ว เพิกภพทั้งหลายเสียแล้ว กิจที่ ควรทําทุกอย่างในศาสนาของพระศากยบุตร เราทำเสร็จแล้ว. ในกำหนดพุทธเขต เว้นพระศากยบุตร เราเป็นเลิศด้วย ปัญญา ไม่มีใครเหมือนเรา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka