Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 426

เล่ม มมร. 70 หน้า 426 ข้อ 3
ใช้ในความหมายว่า ชื่อ เช่นในประโยคมีอาทิว่า จุนฺทตฺเถโร ผุสฺสตฺเถโร พระจุนทเถระ พระผุสสเถระ อธิบายว่า เขาตั้งชื่อไว้อย่างนี้. ใช้ในความหมายว่า คนใหญ่ เช่นในประโยคมีอาทิว่า เถโร จายํ กุมาโร มม ปุตฺเตสุ บรรดาลูก ๆ ของข้าพเจ้า กุมารนี้เป็นคนใหญ่ (คนหัวปี) อธิบายว่า เด็กคนโต. แต่ในที่นี้ เถระ ศัพท์นี้ ใช้ในความหมายว่า กาล และ มั่นคง. เพราะฉะนั้น ชื่อว่า เถร เพราะดำรงอยู่มาสิ้นกาลนาน, อีกอย่างหนึ่ง ท่านผู้ประกอบด้วยคุณมีศีล อาจาระ และมัทวะ อันมั่นคงยิ่ง เรียกว่า เถระ. พระเถระและเถระ เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า พระเถระทั้งหลาย, อปทานคือเหตุแห่งพระเถระทั้งหลาย ชื่อว่าเถราปทาน, เชื่อมความว่า ท่านทั้งหลายจงฟังเถราปทานนั้น. คำมีอาทิว่า หิมวนฺตสฺส อวิทูเร ลมฺพโก นาม ปพฺพโต ดังนี้ เป็นอปทานของท่านพระสารีบุตร, เรื่องของท่านผู้มีอายุนั้น และของ พระมหาโมคคัลลานเถระ พึงทราบอย่างนี้. ได้ยินว่า ในอดีตกาล ในที่สุดหนึ่งอสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป ท่าน พระสารีบุตรบังเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาล เป็นผู้ชื่อว่า สรทมาณพ โดยชื่อ, ท่านพระมหาโมคคัลลานะบังเกิดในตระกูลคหบดีมหาศาล โดย ชื่อ มีชื่อว่า สิริวัฑฒนกุฏุมพี. คนทั้งสองนั้นเป็นสหายเล่นฝุ่นด้วยกัน บรรดาคนทั้งสองนั้น สรทมาณพ เมื่อบิดาล่วงลับไปแล้ว ได้ครอบครองทรัพย์อันเป็นของ ตระกูล วันหนึ่ง อยู่ในที่ลับคิดว่า ชื่อว่าความตายของสัตว์เหล่านั้นเป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka