Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 445

เล่ม มมร. 70 หน้า 445 ข้อ 3
ปทุมบัวหลวง และอุบลบัวขาว ประกอบคือสะพรั่งด้วยบุณฑริกบัวขาว เกลื่อนกลาด คือเป็นกลุ่ม ๆ ด้วยบัวขมและบัวเผื่อน กลิ่นหอมฟุ้งตลบ คือฟุ้งไปรอบด้าน. ในกาลนั้น เราอยู่ในอาศรมที่สร้างไว้อย่างดี น่ารื่นรมย์ ในป่าที่มีดอกไม้บาน สมบูรณ์ด้วยองค์ประกอบทั้งมวลอย่างนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ สพฺพงคสมฺปนฺเน ความว่า ใน กาลนั้น คือในกาลเป็นดาบสอยู่ในอาศรม คือในอรัญวาส อันน่ารื่นรมย์ ที่สร้างอย่างดี ในป่าอันเป็นชัฏด้วยไม้ดอกและไม้ผล สมบูรณ์ คือบริบูรณ์ ด้วยองค์ประกอบมีแม่น้ำเป็นต้นทุกชนิด. พระดาบสครั้นแสดงสมบัติแห่งอาศรมของตน ด้วยลำดับคำมี ประมาณเท่านี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะแสดงคุณสมบัติมีศีลเป็นต้นของตน จึง กล่าวว่า ในกาลนั้น เราเป็นดาบสชื่อสุรุจิ มีศีลสมบูรณ์ด้วยวัตร เพ่งฌาน ยินดีในฌาน บรรลุอภิญญาพละ ๕. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีลวา ความว่า สมบูรณ์ด้วยศีล ๕ เช่นปาริสุทธิศีล ๔ อันประกอบพร้อมด้วยฌาน. บทว่า วตฺตสมฺปนฺนา ความว่า บริบูรณ์ด้วยการสมาทานวัตรว่า ตั้งแต่นี้ไป เราจักไม่เสพฆราวาสและกามคุณ ๕. บทว่า ฌายี ได้แก่ ผู้มีปกติเพ่ง คือมีการเพ่งเป็นปกติ ด้วย ลักขณูปนิชฌาน และอารัมมณูปนิชฌาน. บทว่า ฌานรโต ความว่า ยินดีแล้ว คือเร้นอยู่ ได้แก่ สมบูรณ์ อยู่ทุกเมื่อในฌานทั้งหลายเหล่านี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka