Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 453

เล่ม มมร. 70 หน้า 453 ข้อ 3
บทว่า ปงฺกทนฺตา ความว่า มีมลทินจับที่ฟัน เพราะไม่ได้กระทำ ให้ขาวด้วยผงอิฐหรือผงหินน้ำนม. บทว่า รชสฺสิรา ได้แก่ มีศีรษะเปื้อนธุลี เพราะเว้นจากการ ทาน้ำมันเป็นต้น. บทว่า คนฺธิตา สีลคนฺเธน ความว่า เป็นผู้มีกลิ่นหอมไปในที่ ทุกแห่งด้วยกลิ่นโลกียศีล เพราะเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยศีลอันประกอบด้วย ฌาน สมาธิ และสมาบัติทั้งหลาย. ในบทว่า มม สิสฺสา ทุราสทา มีความว่า ศิษย์ทั้งหลายของเรา ใคร ๆ ไม่อาจเข้าถึง คือกระทบได้ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยคุณมี ประการดังกล่าวแล้วนี้. ชฏิลทั้งหลายมีตบะแรงกล้า ประชุมกันเวลาเช้าแล้วไป ประกาศลาภน้อยลาภมากในท้องฟ้าในกาลนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น ในบทว่า ปาโตว สนฺนิปติตฺวา นี้ โต ปัจจัยลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ อธิบายว่า เป็นหมวดหมู่กันอยู่ใน สำนักของเราในเวลาเช้าตรู่ทีเดียว. ชฎิล คือดาบสผู้สวมชฏา มีตบะกล้า คือมีตบะปรากฏ ได้แก่ มีตบะแผ่ไปแล้ว. เชื่อมความในตอนนี้ว่า ชฎิลทั้งหลายประกาศลาภน้อยลาภใหญ่ คือกระทำลาภเล็กและลาภใหญ่ให้ปรากฏ ในครั้งนั้น คือในกาลนั้น จึงไป ในอัมพรคือพื้นอากาศ. สุรุจิดาบสเมื่อจะประกาศคุณทั้งหลาย เฉพาะของดาบสเหล่านั้นอีก จึงกล่าวคำว่า เอเตสํ ปกฺกมนฺตานํ ดังนี้เป็นต้น. ในคำนั้นมีความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka