ลำดับนั้น พระดาบสเมื่อจะประกาศโดยเลศ คือการแสดงอานุภาพ
ของตน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า วิชฺชาธรา ดังนี้. ในคำนั้น มีการเชื่อม
ความว่า วิชาธรมีการท่องมนต์เป็นต้น ภุมเทวดาผู้อยู่ที่ต้นไม้และภูเขา
เป็นต้น นาคผู้ตั้งอยู่ในภาคพื้น และผู้ตั้งอยู่บนบก คนธรรพ์เทพ รากษส
ผู้ดุร้าย กุมภัณฑเทพ ทานพเทพ และครุฑผู้สามารถนิรมิตสิ่งที่ปรารถนา
แล้ว ๆ ย่อมเข้าไปอาศัยสระนั้นเลี้ยงชีวิต, อธิบายว่า อยู่ที่สระนั้น คือ
ที่ใกล้สระ.
เมื่อจะพรรณนาคุณทั้งหลาย ของเหล่าดาบสผู้เป็นศิษย์ของตนนั้น
แหละแม้อีก จึงกล่าวคำว่า เต ชฏา ขาริภริตา ดังนี้เป็นต้น. คำทั้งหมด
นั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. บทว่า ขาริภารํ ได้แก่ บริขารของดาบสมี
กระบวยตักน้ำ และคนโทน้ำเป็นต้น.
เมื่อจะประกาศคุณทั้งหลายของตนแม้อีก จึงกล่าวคำว่า อุปฺปาเต
สุปิเน จาปิ ดังนี้เป็นต้น. ในคำนั้น เชื่อมความว่า เพราะถึงความ
สำเร็จในศิลปะของพราหมณ์ และเพราะเป็นผู้ฉลาดในเรื่องราวของ
นักษัตร เราถูกใคร ๆ ถามถึงความเป็นไปในลักษณะแห่งอุปบาตและ
ในสุบินว่า นักขัตฤกษ์ที่ราชกุมารนี้เกิดงามหรือไม่งาม เราเป็นผู้ศึกษามา
ดีแล้วในการบอกถึงความสำเร็จแห่งสุบินว่า สุบินนี้งาม สุบินนี้ไม่งาม
และในการบอกลักษณะมือเท้าของสตรีและบุรุษทั้งปวง ชื่อว่าทรงไว้ซึ่ง
บทมนต์ คือโกฏฐาสของมนท์ทำนายลักษณะทุกอย่าง ซึ่งเป็นไปอยู่ใน
ชมพูทวีปทั้งสิ้นในกาลนั้น คือในกาลที่เราเป็นดาบส.
เมื่อจะประกาศการพยากรณ์ของตน ให้มีพุทธคุณเป็นเบื้องหน้า
จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อโนมทัสสี ดังนี้. ในคำนั้น เชื่อมความว่า ที่ชื่อว่า