Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 458

เล่ม มมร. 70 หน้า 458 ข้อ 3
พระพุทธเจ้าหรือไม่หนอแล. เชื่อมความว่า เราเห็นพระชินเจ้าผู้มีพระจักษุ คือผู้มีพระจักษุ ๕ ด้วยเหตุอะไร. ความในคาถานี้ว่า กำหนึ่งพัน คือจักรลักษณะปรากฏที่พระบาท อันอุดม คือที่พื้นฝ่าพระบาทอันอุดม, เราได้เห็นลักษณะเหล่านั้น ของ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น จึงได้ตกลงคือถึงสันนิษฐาน อธิบายว่า เป็นผู้หมดความสงสัยในพระตถาคต. คำที่เหลือง่ายทั้งนั้น. ความในคาถานี้ว่า พระสยัมภู คือพระผู้เป็นเอง. ผู้เป็นแดนเกิด แห่งพระคุณนับไม่ได้ คือเป็นแดนเกิดขึ้น ได้แก่ เป็นฐานที่ตั้งขึ้นแห่ง พระคุณทั้งหลายนับไม่ได้ คือประมาณไม่ได้, บททั้งสองนี้เป็นอาลปนะ ทั้งนั้น พระองค์ทรงรื้อขนชาวโลกนี้ คือสัตว์โลกนี้ด้วยดี คือทรงขน ขึ้นจากสังสารให้ถึงบนบก คือนิพพาน. เชื่อมความว่า มวลสัตว์เหล่านั้นมาสู่ทัสสนะของพระองค์แล้ว ย่อม ข้ามคือก้าวล่วงกระแสคือความแคลงใจ ได้แก่โอฆะใหญ่ คือวิจิกิจฉา. พระดาบสเมื่อจะสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ตุวํ สตฺถา ดังนี้ ในคำนั้นเชื่อมความว่า ข้าแต่พระสัพพัญญูผู้เจริญ พระองค์เป็นศาสดาคือเป็นอาจารย์ของชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก. พระ- องค์เท่านั้นชื่อว่าเป็นเกตุ คือเป็นของสูง เพราะอรรถว่า สูงสุด, พระองค์ เท่านั้นชื่อว่าเป็นธง เพราะอรรถว่า ปรากฏในโลกทั้งสิ้น, พระองค์เท่านั้น ชื่อว่าเป็นเสา คือเป็นเช่นกับเสาที่ปักไว้ เพราะอรรถว่า สูงขึ้น, พระองค์ เท่านั้นเป็นที่อาศัย คือเป็นฐานะที่จะพึงถึงชั้นสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย คือ ของสรรพสัตว์ พระองค์เท่านั้นเป็นที่พึ่ง คือเป็นฐานที่พึ่งพิง พระองค์ เท่านั้นชื่อว่าเป็นประทีป คือเป็นดุจประทีปน้ำมัน เพราะกำจัดความมืด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka