หนึ่ง ชื่อว่าอโนมทัสสี เพราะมีปกติเห็นพระนิพพานอันไม่ต่ำทรามคือไม่
เลวทราม พระผู้มีพระภาคเจ้าได้พระนามว่า อโนมทัสสี เพราะเหตุ
ทั้งหลายมีความเป็นผู้มีภาคยะคือบุญเป็นต้น. บทว่า โลกเชฏฺโ ได้แก่
เป็นใหญ่ คือเป็นประธานแห่งสัตว์โลกทั้งมวล. ชื่อว่า อาสภะ เพราะ
เป็นเช่นกับวัวผู้ ผู้ยิ่งใหญ่, ผู้ยิ่งใหญ่แห่งนระทั้งหลาย ชื่อว่า นราสภะ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าอโนมทัสสีผู้เป็นใหญ่แห่งโลก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งนระพระ-
องค์นั้น อันหมู่แห่งเทพกระทำไว้ในเบื้องหน้า คืออันหมู่เทพทั้งหลาย
ห้อมล้อมแล้ว. เชื่อมความต่อกันไปว่า ประทับอยู่ในหิมวันตประเทศ.
อธิบายความว่า ในคราวที่ได้กระทำความปรารถนาในวาระที่สอง
เพื่อเป็นทุติยสาวกนั้น เราได้บั้งเกิดเป็นนาคราชมีนามชื่อว่าวรุณ. ด้วย
เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ในกาลนั้น เราเป็นนาคราชมีนามชื่อว่าวรุณ
ดังนี้. บทว่า กามรูปี ได้แก่ มีปกตินิรมิตสิ่งที่ใคร่ได้ตามปรารถนา.
บทว่า วิกุพฺพามิ แปลว่า กระทำการแผลงฤทธิ์ได้ต่าง ๆ. บทว่า
มโหทธินิวาสหํ ความว่า ในระหว่างนาคเหล่านี้ คือมัญเชริกนาค ๑
นาคที่อยู่บนแผ่นดิน ๑ นาคที่อยู่บนภูเขา ๑ นาคที่อยู่ในแม่น้ำ ๑ นาค
ที่อยู่ในสมุทร ๑ เราเป็นนาคอยู่ในสมุทร อาศัยอยู่ อธิบายว่า สำเร็จการ
อยู่ในห้วงน้ำใหญ่คือในสมุทร.
บทว่า สงฺคณิยํ คณํ หิตฺวา ความว่า ละ คือเว้นหมู่นาคซึ่ง
เป็นบริวารประจำ คือซึ่งเป็นบริวารของตน. บทว่า ตุริยํ ปฏฺเปสหํ
ความว่า เราเริ่มตั้งดนตรี อธิบายว่า ให้บรรเลงดนตรี. บทว่า สมฺพุทฺธํ
ปริวาเรตฺวา ความว่า ในกาลนั้น เหล่านางอัปสร คือนางนาคมาณวิกา
ทั้งหลาย แวดล้อมพระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้าบรรเลงแล้ว คือขับร้องด้วย