Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 492

เล่ม มมร. 70 หน้า 492 ข้อ 4
โจรเหล่านั้นจึงไม่อาจจับพระเถระทั้งในเดือนต้นและเดือนกลาง แต่เมื่อ ถึงเดือนหลัง พระเถระรู้ว่ากรรมที่ตนกระทำไว้ชักพามา จึงไม่หลบหนี. พวกโจรประหารพระเถระ ทุบทำลายการทำกระดูกทั้งหลายให้มีขนาดเมล็ด ข้าวสารเป็นประมาณ. ทีนั้น พวกโจรสำคัญพระเถระนั้นว่าตายแล้ว จึง โยนไปบนหลังพุ่มไม้แห่งหนึ่ง แล้วพากันหลีกไป. พระเถระคิดว่า เราจักเฝ้าพระศาสดาถวายบังคมแล้วทีเดียวจึงจัก ปรินิพพาน แล้วประสานอัตภาพด้วยเครื่องประสานคือฌาน แล้วเหาะ ไปยังสำนักของพระศาสดา ถวายบังคมพระศาสดาแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักปรินิพพาน. พระศาสดาตรัสว่า เธอจัก ปรินิพพานหรือโมคคัลลานะ. พระเถระกราบทูลว่า พระเจ้าข้า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ. พระศาสดา. เธอจักไปปรินิพพานที่ไหน. พระเถระ. จะไปยังกาฬศิลาประเทศ พระเจ้าข้า. พระศาสดา. โมคคัลลานะ ถ้าอย่างนั้น เธอกล่าวธรรมแก่เราแล้ว จงไปเถิด. เพราะตั้งแต่บัดนี้ไป เราจะไม่มีการเห็นสาวกเช่นท่าน (อีก ต่อไป). พระเถระกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักทำ อย่างนั้น พระเจ้าข้า แล้วถวายบังคมพระศาสดา เหาะขึ้นสู่อากาศ กระทำฤทธิ์มีประการต่าง ๆ เหมือนพระสารีบุตรเถระ กระทำในวัน ปรินิพพาน แล้วกล่าวธรรม ถวายบังคมลาพระศาสดา ไปยังกาฬศิลา- ประเทศแล้วปรินิพพาน. เรื่องราวนี้ว่า เขาว่า พวกโจรฆ่าพระเถระ ดังนี้ ได้แพร่สะพัดไปในชมพูทวีปทั้งสิ้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka