คู้แขนที่เหยียดเข้ามาฉะนั้น. ครั้งนั้นแล ท่านพระอนุรุทธะ
อาศัยทิศเหนือ นั่งขัดสมาธิเข้าเตโชธาตุ ณ เวหาสเบื้องบน
ของพรหมนั้น แต่ต่ำกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า.
ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้กล่าวกะพรหมนั้น ด้วย
คาถาว่า
ผู้มีอายุ แม้ทุกวันนี้ ท่านก็ยังมีทิฏฐิที่ได้มีมาแล้วในกาล
ก่อน ท่านย่อมเห็นรัศมีมีสีเลื่อมพรายแผ่ไปในพรหมโลก.
(พรหมกล่าวว่า) ท่านผู้นิรทุกข์ ข้าพเจ้าไม่มีทิฏฐิ ที่
ข้าพเจ้าได้เคยมีมาแล้วในกาลก่อน ข้าพเจ้าเห็นรัศมีสีเลื่อม
พรายอันแผ่ไปในพรหมโลก. วันนี้ข้าพเจ้านั้น ขอกล่าว
ถ้อยคำว่า เป็นผู้เที่ยงยั่งยืน ดังนี้.
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงทำพรหมนั้นให้
สลดใจแล้ว ทรงอันตรธานหายจากพรหมโลกนั้น ไปปรากฏ
ในพระเชตวัน เหมือนบุรุษผู้มีกำลัง ฯ ล ฯ ฉะนั้น. ครั้งนั้นแล
พรหมนั้นเรียกพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งมาว่า นี่แน่ะท่านผู้.
เช่นกับเรา ท่านจงมา ท่านจงเข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัล-
ลานะจนถึงที่อยู่ ครั้นเข้ไปหาแล้ว จงกล่าวกะท่านพระมหา-
โมคคัลลานะอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระมหาโมคคัลลานะผู้นิรทุกข์
หมู่สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น แม้เหล่าอื่นผู้มีฤทธิ์มาก
อย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เหมือนพระมหาโมคคัลลานะ
ท่านพระกัสสปะท่านพระกัปปินะ และท่านพระอนุรุทธะ ยังมี
อยู่หรือ. พรหมปาริสัชชะนั้นรับคำพรหมนั้นว่า ได้ ท่านผู้