Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 513

เล่ม มมร. 70 หน้า 513 ข้อ 5
เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมาน ของเราสูงตระหง่าน สูงสุด ๗ ชั้น. กูฏาคาร (ปราสาท) พันหนึ่ง สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อม รุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสวด้วยเดชของตน. ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณี มีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้น โชตช่วงด้วยรัศมีทั่ว ๔ ทิศ โดยรอบ. กูฏาคารอันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้ เรียบร้อย สำเร็จด้วยแก้วมณี โชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่ โดยรอบ. โอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้น เป็นสิ่ง ไพบูลย์ เราครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม. เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า อุพพิทธะ ครอบครอง แผ่นดินมีสมุทรสาครทั้งสี่เป็นขอบเขต ในหกหมื่นกัป. ในภัทรกัปนี้ เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น ๓๐ ครั้ง คือ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตน. สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้น ปราสาทของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว ๒๔ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์. นครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง ด้านยาว ๕๐๐ โยชน์ ด้านกว้าง ๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือน เทพนครของชาวไตรทศ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka