ณ ที่นั้น เราไม่ได้ความสุขเสียเลย เหมือนไฟลุกโพลง
อยู่บนศีรษะ ย่อมร้อนด้วยความเร่าร้อน เหมือนปลาติดเบ็ด.
แผ่นดินมีสมุทรสาครเป็นที่สุด ปรากฏแก่เราเหมือนไฟ
ติดทั่วแล้ว เราเข้าไปเฝ้าพระชนกแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า
หม่อมฉันได้ทำพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์ใดผู้เป็นสยัมภู
ผู้เดินมา เหมือนอสรพิษโกรธ ดุจกองฟางไหม้โพลง
ประหนึ่งช้างกุญชรตัวฝึกแล้วซึ่งตกมันให้ขัดเคือง พระ-
ปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์นั้น หม่อมฉันให้ขัดเคืองแล้ว เป็นผู้
พึงกลัวมีเดชกล้า เป็นพระชินเจ้า.
(พระชนกตรัสว่า) พวกเราชาวบุรีทั้งหมดจักพินาศ เรา
จักขอขมาพระมุนีนั้น ถ้าเราจะไม่ขอขมาท่านผู้มีตนอันฝึกแล้ว
มีจิตตั้งมั่น ภายใน ๗ วัน แว่นแคว้นของเราจักพินาศ.
สุเมขลราชา โกสิยราชา สิคควราชา และสัตตกราชา
ได้รุกรานฤๅษีทั้งหลาย ท่านเหล่านั้นพร้อมทั้งเสนาเป็นผู้ตก
ยากแล้ว.
ฤๅษีทั้งหลายผู้สำรวมแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ โกรธ
เคืองเมื่อใด เมื่อนั้นท่านย่อมยังมนุษยโลกพร้อมด้วยเทวโลก
ทั้งสาครและภูเขาให้พินาศ.
เราจึงสั่งให้บุรุษทั้งหลายประชุมกัน ในประเทศประมาณ
สามพันโยชน์ เพื่อต้องการแสดงโทษ จึงได้เข้าไปหาพระ-
ปัจเจกสัมพุทธเจ้า.