Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 605

เล่ม มมร. 70 หน้า 605 ข้อ 8
นิโรโธ จ ได้แก่ พระนิพพานอันเป็นที่ดับทุกข์ทั้งมวล. บทว่า เอสา ธมฺมกุฏี ตว ความว่า นี้กล่าวคือโลกุตรธรรม ๙ ทั้งหมด เป็นธรรมกุฎี คือเป็นเรือนที่อยู่ของพระองค์. บทว่า ปญฺาย อคฺโค นิกฺขิตฺโต ความว่า พระเถระที่พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าทรงแต่งตั้งไว้ คือทรงตั้งไว้ว่า เป็นผู้เลิศ แห่งภิกษุทั้งหลาย ผู้มีปัญญาด้วยอำนาจปัญญา ผู้ฉลาดคือเฉลียวฉลาดในปฏิภาณ คือในกิจ ที่จะพึงทำด้วยปัญญา หรือว่าในยุตตมุตตปฏิภาณการโต้ตอบ ปรากฏ โดยนามว่าสารีบุตร เป็นธรรมเสนาบดีของพระองค์ คือเป็นใหญ่ เป็นประธาน โดยการทรงจำกองธรรมคือพระไตรปิฎกที่พระองค์ทรง แสดงแล้ว ย่อมกระทำกิจของกองทัพ. บทว่า จุตูปปาตกุสโล ความว่า ข้าแต่พระมุนีผู้เจริญ พระ- โมคคัลลานเถระเป็นผู้ฉลาด คือเป็นผู้เฉลียวฉลาดในจุตูปปาตญาณ คือใน จุติและอุบัติ. บทว่า อิทฺธิยา ปารมึ คโต เชื่อมความว่า พระ- โมคคัลลานเถระชื่อว่าโกลิตะโดยชื่อ ผู้ถึงคือบรรลุบารมี คือที่สุดแห่ง ความแตกฉานด้วยฤทธิ์ที่ท่านกล่าวไว้โดยนัยมีอาทิว่า แม้คนเดียวก็เป็น หลายคนได้ แม้หลายคนก็เป็นคนเดียวได้ เป็นโปโรหิจจะ คือเป็นปุโรหิต ของพระองค์. บทว่า โปราณกํสธโร ความว่า ข้าแต่พระมุนีผู้มีพระญาณผู้ เจริญ พระมหากัสสปเถระผู้ทรงไว้ หรือผู้รู้สืบ ๆ มาซึ่งวงศ์เก่าก่อน เป็นผู้มีเดชกล้า คือมีเดชปรากฏ หาผู้เทียมถึงได้ยาก คือยาก ได้แก่ ไม่อาจทำให้ขัดเคืองคือกระทบกระทั่ง. บทว่า ธุตวาทีคุเณนคฺโค ความว่า พระมหากัสสปเถระเป็นผู้เลิศ คือประเสริฐด้วยธุตวาทีคุณ เพราะกล่าว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka