คือจักกล่าว ได้เเก่จักทำเทวบุตรนั้นให้ปรากฏ. เชื่อมความว่า ท่าน
ทั้งหลายจงฟังคำเราผู้จะกล่าวอยู่. เบื้องหน้าแต่นี้ไป ข้าพเจ้าจักพรรณนา
เฉพาะบทที่ยากเท่านั้น.
บทว่า ติทสา ได้แก่ จากภพดาวดึงส์. บทว่า อคารา เชื่อม
ความว่า จักออกจากเรือนพราหมณ์อันเกิดขึ้นแก่ตนแล้วบวชอยู่กับพระ-
โพธิสัตว์ ผู้กระทำทุกรกิริยาอยู่ ๖ ปี.
บทว่า ตโต สตฺตมเก วสฺเส ได้แก่ ในปีที่ ๗ จำเดิมแต่กาลที่
บวชแล้วนั้น. บทว่า พุทฺโธ สจฺจํ กเถสฺสติ ความว่า ทรงกระทำ
ทุกรกิริยาได้ ๖ ปีแล้ว ในปีที่ ๗ จักได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วตรัสสัจจะ
ทั้ง ๔ กล่าวคือทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ และมรรคสัจ ด้วยพระ-
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมิคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี.
บทว่า โกณฺฑญฺโ นาม นาเมน ความว่า ชื่อว่าโกณฑัญญะโดยนาม
คือโดยอำนาจชื่อของโคตร. บทว่า ปมํ สจฺฉิกาหิติ ความว่า จัก
กระทำให้แจ้ง คือจักทำให้ประจักษ์ ซึ่งพระโสดาปัตติมรรคญาณก่อน
คือแต่ต้นทีเดียว ในระหว่างพระปัญจวัคคีย์ทั้งหลาย.
บทว่า นิกฺขนฺเตนานุปพฺพชึ ความว่า ออกบวชตามพร้อมกับพระ-
โพธิสัตว์ผู้เสด็จออกเเล้ว. อธิบายว่า เราบวชตามอย่างนั้นกระทำปธาน
คือความเพียรดีแล้ว คือกระทำด้วยดี ได้แก่กระทำให้มั่นแล้วกระทำ.
บทว่า กิเลเส ฌาปนตฺถาย ความว่า เพื่อต้องการทำกิเลสทั้งหลายให้
เหือดแห้ง คือเพื่อต้องการกำจัดกิเลส เราจึงบวชคือปฏิบัติศาสนาเป็นผู้
ไม่มีเรือน คือไม่มีประโยชน์แก่เรือน ได้แก่เว้นจากกรรมมีการทำนาและ
การค้าเป็นต้น.