Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 655

เล่ม มมร. 70 หน้า 655 ข้อ 12
ตั้งแต่กองค่ายนั้น จะกระทำเพื่อประโยชน์แก่สักกสมบัติเป็นต้นก็หามิได้ โดยที่แท้ กระหม่อมฉันพึงเป็นอุปัฏฐากที่โปรดปรานของพระพุทธเจ้า องค์หนึ่งในอนาคต เหมือนพระสุมนเถระนี้. พระศาสดาทรงเห็นว่า ความปรารถนานั้นไม่มีอันตราย จึงทรงพยากรณ์แล้วเสด็จหลีกไป. ในพุทธุปบาทกาลนั้น เขาทำบุญอยู่ถึงแสนปี แม้ต่อจากพุทธุปบาท- กาลนั้นไป ก็ได้สั่งสมบุญกรรมไว้เหลือหลายในภพนั้น ๆ ท่องเที่ยวไป ในเทวดาและมนุษย์ ครั้นในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสป จึงมาเกิดในเรือนของผู้มีสกุล ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว ได้เอาผ้า อุตราสงค์มาทำการบูชา เพื่อจะรับบาตรของพระเถระรูปหนึ่งผู้กำลังเที่ยว บิณฑบาตอยู่. เขากลับไปเกิดในสวรรค์อีก จุติจากสวรรค์แล้วมาเป็น พระเจ้าพาราณสี ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ องค์ จึงนิมนต์ให้พระ- ปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นให้ฉัน เสร็จแล้วให้สร้างบรรณศาลา ๘ หลังไว้ใน อุทยานอันเป็นมงคลของพระองค์ แล้วมอบถวายตั่งอันสำเร็จด้วยรัตนะ ทั้งหมด กับเชิงรองอันเป็นแก้วมณี ๘ สำรับ เพื่อให้เป็นที่นั่งของพระ- ปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น แล้วทำการอุปัฏฐากอยู่ถึงหมื่นปี. การกระทำ ดังนี้ ได้ปรากฏแล้ว. เขาก่อสร้างบุญทั้งหลายไว้ในภพนั้น ๆ ถึงแสนกัป ได้บังเกิดใน สวรรค์ชั้นดุสิต พร้อมกับพระโพธิสัตว์ของพวกเราทั้งหลาย จุติจากภพ ดุสิตนั้นแล้วมาบังเกิดในพระราชมณเฑียรของ พระเจ้าอมิโตทนศากยะ ได้นามว่า อานนท์ เพราะเกิดมาทำพวกพระญาติให้ยินดี. อานนท์ นั้นเจริญวัยขึ้นโดยลำดับ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำการเสด็จออก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka