Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 7

เล่ม มมร. 71 หน้า 7 ข้อ 14
จะสร้างศาลาถวายแด่พระศาสดา ยังไม่ได้เสาอีกต้นหนึ่ง จึงพากันเที่ยวหาอยู่ในป่าใหญ่. เราพบอุบาสกเหล่านั้นในป่าแล้ว จึงเข้าไปหาคณะ อุบาสก ในเวลานั้น เราประนมอัญชลีสอบถามคณะอุบาสก. อุบาสกผู้มีศีลเหล่านั้นอันเราถามแล้ว ตอบให้ทราบว่า เราต้องการจะสร้างศาลา ยังหาเสาไม่ได้อีกต้นหนึ่ง. ขอท่านจงให้เสากะเราต้นหนึ่งเถิด. ฉันจักถวายแด่พระ- ศาสดา. ฉันจักนำเสามาให้ ท่านทั้งหลายไม่ต้องขวนขวายหา. อุบาสกเหล่านั้นเลื่อมใสมีใจยินดีให้เสาแก่เรา แล้วกลับ จากป่านั้นมาสู่เรือนของตน ๆ. เมื่อคณะอุบาสกไปแล้วไม่นาน เราได้ถวายเสาในกาลนั้น เรายินดี มีจิตร่าเริง ยกเสาขึ้นก่อนเขา. ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้นเราได้เกิดในวิมาน ภพของเราตั้ง อยู่โดดเดี่ยว ๗ ชั้น สูงตระหง่าน. เมื่อกลองดังกระหึ่มอยู่ เราบำเรออยู่ทุกเมื่อ ใน ๕๕ กัป เราได้เป็นพระราชาพระนามว่ายโสธร. แม้ในกาลนั้น ภพของเราก็สูงสุด ๗ ชั้น ประกอบด้วย เรือนยอดอันประเสริฐ มีเสาต้นหนึ่งเป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ. ใน ๒๑ กัป เราเป็นกษัตริย์พระนามว่าอุเทน แม้ในกาล นั้น ภพของเราก็มี ๗ ชั้น ประดับอย่างสวยงาม. เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือควานเป็นเทวดาหรือความเป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka