แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนแห่งตระกูล
ทำจิตให้เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ กระทำการ
บูชาด้วยธูปเป็นอันมาก ที่ตนกระทำด้วยไม้จันทน์ กฤษณา และกระ-
ลำพักเป็นต้น. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านเสวยสมบัติทั้ง ๒ คือในเทวดาและ
มนุษย์ เป็นผู้ควรบูชาในภพที่บังเกิดแล้ว ๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิด
ในเรือนแห่งตระกูลแห่งหนึ่ง บวชในพระศาสนา ด้วยอานุภาพแห่งกุศล
สมภาร เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัต โดยชื่อปรากฏในที่ทุกสถาน
ว่า ธูปทายกเถระ เพราะได้กระทำบุญคือการบูชาด้วยธูป. ท่านได้บรรลุ
พระอรหัตผลแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะแสดง
ปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้. ประโยชน์
กล่าวคือพระสัพพัญญุตญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด สำเร็จ
บริบูรณ์แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้านี้นั้น พระนามว่าสิตธัตถะ อธิบายว่า
ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะพระองค์นั้น ผู้ทรงคุณมีความ
เป็นผู้จำแนกแจกธรรมเป็นต้น ผู้ประเสริฐที่สุดโนโลก ผู้สูงสุดในโลก
ทั้งสิ้น. ผู้คงที่ คือผู้คงที่ไม่หวั่นไหวในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์. คำที่
เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
จบธูปทายกเถราปทาน