Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 144

เล่ม มมร. 71 หน้า 144 ข้อ 36
เพราะเหมือนเปลวเพลิง. ต้นไม้เหล่านั้นมีดอกและผลมีสีดังแก้วประพาฬ แดงดังเปลวเพลิง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อังคาร. อธิบายว่า เกลื่อน กล่นไปด้วยดอกคำ และดอกทองหลางมีสีแดงดังเปลวเพลิง คือด้วยฝน คือเปลวเพลิง. บทว่า ทานิ แปลว่า ในกาลนี้. บทว่า ทุมา แปลว่า ต้นไม้. บทว่า ภทนฺเต ท่านกระทำการลบ ท อักษรตัวหนึ่ง ว่า ภทนฺเต แล้วกล่าวว่า ภทฺทํ อนฺเต เอตสฺส พระองค์ผู้มีความเจริญในที่สุด. ผู้ ประกอบด้วยคุณวิเศษ, ก็พระศาสดาผู้เป็นบุคคลผู้เลิศกว่าบุคคลผู้วิเศษ ด้วยคุณทั้งหลาย เพราะบทว่า ภทนฺเต จึงเป็นอาลปนะ ร้องเรียกพระ- ศาสดานั้นเอง, บทว่า ภทนฺเต นี้ เป็นปฐมาวิภัตติ เอ การันต์ เหมือน ในประโยคเป็นต้นว่า สุคเต ปฏิกมฺเม สุเข ทุกเข ชีเว ดังนี้. แต่ในที่นี้ พึงเห็นว่า ลงในอรรถแห่งการตรัสรู้. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า บทว่า ภทนฺเต เป็นบทอาลปนะ. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า บทอื่นบทเดียว มีอรรถเสมอด้วยภัททศัพท์. ชื่อว่า ผเลสิโน เพราะผลิผล. จริงอยู่ แม้ ในการไม่ตั้งใจ แต่กล่าวถึงการกระทำที่มีการตั้งใจ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้อันพระเถระทูลอาราธนาอย่างนี้แล้ว ทรงเห็นการบรรลุคุณวิเศษของคน เป็นอันมาก ในการเสด็จไปในที่นั้น แวดล้อมไปด้วยพระขีณาสพ ๒๐,๐๐๐ รูป เสด็จจากกรุงราชคฤห์ เสด็จดำเนินสู่ทางไปยังกรุงกบิลพัสดุ์ด้วย สามารถแห่งการเสด็จไม่รีบด่วน. พระเถระไปสู่กรุงกบิลพัสดุ์ด้วยฤทธิ์ ยืน อยู่บนอากาศข้างหน้าของพระราชา อันพระราชาเห็นเพศที่ไม่เคยเห็นจึง ตรัสถามว่า ท่านเป็นใคร เมื่อจะแสดงว่า พระองค์ไม่รู้จักอาตมา ผู้เป็น บุตรแห่งอำมาตย์ที่พระองค์ส่งไปสู่สำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์ จงทรงทราบอย่างนี้แหละ จึงกล่าวคาถาว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka