นั้นแล้ว บังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสุข ไป ๆ มา ๆ ในเทวโลกนั้น
และเสวยมนุษยสมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดใน
เรือนมีตระกูลอันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เลื่อมใสในพระศาสดา บวช
แล้วไม่นานนักก็บรรลุอภิญญา ๖ ท่านปรากฏตามนามแห่งบุญที่บำเพ็ญไว้
ในกาลก่อนว่าอัมพทายกเถระ ดังนี้.
ครั้นต่อมา ท่านได้เห็นพืชแห่งกุศลที่คนบำเพ็ญมา เกิดโสมนัส
เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานของตน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อโนมทสฺสี
ภควา ดังนี้. บทว่า เมตฺตาย อผริ โลเก อปฺปมาเณ นิรูปธิ ความว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ทรงมีเมตตา คือมีจิตประกอบด้วย เมตตา ทรง
นำสัตว์โลกทั้งปวง คือสัตว์หาประมาณมิได้ ให้ปราศจากอุปธิกิเลสคือให้
เว้นจากอุปธิกิเลส โดยนัยมีอาทิว่า ขอสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข แล้วแผ่
คือแผ่ออกเจริญด้วยเมตตาคือเมตตาจิต. บทว่า กปิ อหํ ตถา อาสึ
ความว่า ในกาลนั้นคือในกาลที่พระองค์เสด็จมา เราได้เป็นพญาลิง.
จบอรรถกถาอัมพทายกเถราปทาน