Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 274

เล่ม มมร. 71 หน้า 274 ข้อ 73
นาคสมาลุวรรคที่ ๘ ๗๑. อรรถกถานาคสมาลเถราปทาน อปทานของท่านพระนาคสมาลเถระ มีคำเริ่มต้นว่า อาปาฏลึ อหํ ปุปฺผํ ดังนี้. พระเถระแม้นี้ ได้บำเพ็ญบุญสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สั่งสมบุญกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้น ๆ ในกาลแห่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า สิขี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว อยู่ครอบครองเรือน กระทำกรรมคือการเห็นการได้ยิน และการบูชา ในกาลที่พระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ เพราะไม่ได้ความ คลุกคลีเกี่ยวข้องด้วยรูปเห็นปานนั้น ในกาลแห่งพระศาสดาปรินิพพาน แล้ว จัดแจงพระสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ยังจิตให้เลื่อมใส แม้ในเจดีย์ที่ตนกระทำแล้ว บูชาดอกแคฝอย ยังโสมนัสให้เกิด ดำรงอยู่ จนตลอดอายุ ด้วยโสมนัสนั้นนั่นเอง. ท่านทำกาละจากอัตภาพนั้นแล้ว จึงเสวยสุขในเทวโลก ๖ ชั้น มีชั้นดุสิตเป็นต้น ครั้นต่อมาเสวยสมบัติใน มนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล มีนามา- ภิไธยอันมารดาบิดาตั้งให้ว่า นาคสมาละ เพราะมีร่างกายเสมือนกับใบ อ่อนแห่งไม้กากะทิง เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชไม่นานนักก็ได้ เป็นพระอรหันต์. ภายหลังท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประ- กาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อาปาฏลึ อหํ ปุปฺผํ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาปาฏลึ ความว่า เราได้ถือเอาดอกแคฝอย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka