ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่า ผุสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่ง
หนึ่ง เจริญวัยแล้ว อยู่ครองเรือนเห็นโทษในการครองเรือนนั้น ละการ
ครองเรือนนั้นบวชเป็นดาบส อยู่ที่หิมวันตบรรพต นุ่งห่มเปลือกปอ
อยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่วิเวก. สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
ผุสสะ เสด็จถึงประเทศนั้น เห็นพระพุทธรังสีมีพรรณะ ๖ อันซ่าน
ออกจากพระสรีระของพระองค์ ซ่านไปข้างโน้นข้างนี้อยู่ เหมือนแผ่
ซ่านออกแห่งไฟชนวน เลื่อมใสในพระองค์ ประคองอัญชลีถวายบังคม
ยังจิตให้เลื่อมใส กระทำกาละด้วยปีติและโสมนัสนั้น ๆ เอง บังเกิดใน
เทพชั้นดุสิตเป็นต้น เสวยกามาพจร ๖ ชั้น ในภพเหล่านั้น และครั้น
ภายหลังเสวยมนุษยสมบัติ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล
แห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว บวช ด้วยอำนาจวาสนาในกาลก่อน ไม่นานนัก
ก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะ
ประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปพฺพเต หิมวนตฺมหิ ดังนี้.
คำนั้นทั้งหมดมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
จบทุติยรังสิสัญญกเถราปทาน