นั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ละเว้นความกระวน
กระวายและความเร่าร้อนในภพที่ตนเกิดแล้ว ๆ ได้รับความสุขทางกาย
และทางจิต เสวยสุขเป็นอเนก ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือน
มีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดาด้วยกำลังแห่ง
วาสนาในกาลก่อน บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะ
ประกาศปุพพจริตาปทาน จงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
คำนั้นท่านกล่าวไว้ในหนหลังนั่นแล้ว.
บทว่า นฬะ ในบทว่า นฬมาลํ คเหตฺวาน เชื่อมความว่า ชื่อว่า
นฬะ เพราะไม่มีแก่นเป็นไม้น้อยเบาพร้อมกว่าลำไม้ไผ่ ระเบียบคือดอก
แห่งไม้อ้อ ชื่อว่า นฬมาละ เราได้สร้างพัดวิชนีด้วยระเบียบไม้อ้อนั้น.
ชื่อว่า วิชนี เพราะเป็นเครื่องพัดให้เกิดลม. เราได้น้อมนำพัดวิชนีนั้นเข้า
ไปถวายพระพุทธเจ้าแล้ว. คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถานฬมาลิยเถราปทาน
จบอรรถกถาภาณวารที่ ๗