ประจำเสมอ ในเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า วิปัสสี บังเกิด
ขึ้น ท่านได้เกิดในกำเนิดยักษ์ มียักษ์จำนวนหลายแสนเป็นบริวาร เสวย
ทิพยสุขอยู่ ณ เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง. ก็แลที่เกาะนั้น มีวิหารอันประดับ
ประดางดงามด้วยพระเจดีย์อยู่หลังหนึ่ง. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปที่
วิหารนั้น. ครั้งนั้นแล หัวหน้ายักษ์มองเห็นว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
เสด็จไปที่วิหารนั้น จึงถือผ้าทิพย์หลายผืน ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า
แล้ว บูชาด้วยผ้าทิพย์ทั้งหลาย ยักษ์พร้อมด้วยบริวารได้ถึงพระพุทธเจ้า
เป็นสรณะแล้ว. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาพร้อมด้วยบริวารจุติจากที่นั้นแล้ว
ได้ไปบังเกิดในเทวโลกบ้าง มนุษยโลกบ้าง เสวยความสุขอันมีใน
กามาวจร ๖ ชั้น ในกาลต่อมา คือในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาเกิดในเรือน
ที่มีสกุล พอบรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดาจึงบวช ไม่นาน
เท่าไรนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตนเองแล้ว บังเกิด
ความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วใน
กาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้. ในคำเริ่มต้น
นั้น มีอรรถาธิบายว่า ชื่อว่า วิปัสสี เพราะอรรถว่า ย่อมเห็นพระ-
ปรมัตถธรรมอย่างพิเศษ คือพระนิพพาน. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า วิปัสสี
เพราะอรรถว่า ย่อมเห็นโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ มีสติปัฏฐาน
เป็นต้น ทุกอย่างได้ชัดเจน. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า วิปัสสี เพราะอรรถว่า
ย่อมเห็นสัตว์ที่ควรเพื่อการตรัสรู้มีประการต่าง ๆ มากมาย แยกเป็น