Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 390

เล่ม มมร. 71 หน้า 390 ข้อ 116
เอกาสนิยเถราปทานที่ ๔ (๑๑๔) ว่าด้วยผลแห่งการเอาดนตรีประโคมบูชาไม้โพธิ์ [๑๑๖] ในกาลนั้น เราเป็นท้าวเทวราชมีนามชื่อว่าวรุณะ พร้อม ด้วยยาน พลทหารและพาหนะ บำรุงพระสัมพุทธเจ้า. เมื่อพระโลกนาถพระนามว่า อัตถทัสสี ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ เสด็จนิพพานแล้ว เราได้ถือเอาดนตรีทั้งปวงไปประโคมไม้ โพธิ์อันอุดม. เราประกอบด้วยการประโคม การฟ้อนรำ และกังสดาล ทุกอย่าง บำรุงไม้โพธิ์พฤกษ์อันอุดมดังบำรุงพระสัมพุทธเจ้า เฉพาะพระพักตร์. ครั้นบำรุงโพธิ์พฤกษ์อันงอกขึ้นที่ดินดื่มรสด้วยรากนั้นแล้ว นั่งคู้บัลลังก์ แล้วทำกาลกิริยา ณ ที่นั่นเอง. เราปรารภด้วยกรรมของตน เลื่อมใสในโพธิพฤกษ์อันอุดม ได้อุบัติยังชั้นนิมมานรดีด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น. นักดนตรี ๖ หมื่น แวดล้อมเราทุกเมื่อ เป็นไปในภพน้อย ใหญ่ ทั้งในมนุษย์และในเทวดา. ไฟ ๓ กองของเราดับแล้ว ภพทั้งปวงเราถอนขึ้นได้แล้ว เราทรงกายอันมีในที่สุดไว้ ในศาสนาของพระสัมมาสัม- พุทธเจ้า. ในกัปที่ ๕๐๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอม- กษัตริย์ ๓๔ ครั้ง มีพระนามชื่อว่าสุพาหุ ทรงสมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka