Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 401

เล่ม มมร. 71 หน้า 401 ข้อ 119
อันนั้น พอเทพบุตรนั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลก และมนุษยโลก มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุ นิติภาวะแล้ว จึงละเพศฆราวาสบวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์. ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตนเองได้ เกิดความ โสมนัส เมื่อประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ยทา วิปสฺส โลกคฺโค ดังนี้. บทว่า อายุสงฺขาร- โมสฺสชฺชิ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าอายุ เพราะคุ้มครองรักษาสัตว์ทั้งหลาย ไว้รอบด้าน, สังขารของอายุ คือความเป็นกอง ชื่อว่าอายุสังขาร. ความว่า สละ ละ วาง อายุสังขารนั้นเสียได้. ในการปลงอายุสังขารนั้น. เชื่อม ความว่า แผ่นดินแสนจักรวาลทั้งสิ้น อันประกอบด้วยน้ำและประดับ ด้วยสาครแห่งน้ำ ได้หวั่นไหวแล้ว. บทว่า โอตตํ วิตฺถตํ มยฺหํ ความว่า ภพของข้าพเจ้าสูงใหญ่ กว้างขวาง สวยงาม วิจิตร สะอาด บริสุทธิ์เป็นอย่างดี งดงามประดับ ด้วยรัตนะ ๗ ประการมากมาย ได้หวั่นไหวแล้ว คือหวั่นไหวไปทั่ว. คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka