Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 566

เล่ม มมร. 71 หน้า 566 ข้อ 173
ด้วยบุญอันนั้น เขาจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดยังเทวโลก เสวยสมบัติในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้นแล้ว เกิดในมนุษย์ ได้เสวยสมบัติ มีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นแล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือน อันมีสกุล เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระรัตนตรัย บวชแล้วพยายามอยู่ ก็ได้บรรลุพระอรหัตอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ระลึกถึงบุพกรรมของ ตนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติ มาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตตฺถโช รกฺขโส อาสึ ความว่า เราได้เป็น ผีเสื้อน้ำเกิดใกล้สระใหญ่นั้น คือได้เป็นยักษ์เคี้ยวกินเลือดและเนื้อคนอื่น ไร้ความกรุณา มีรูปร่างน่าเกลียด มีสภาพน่ากลัว มีกำลังมาก มีเรี่ยว แรงมาก กักขฬะ. บทว่า กุมุทํ ปุปฺผิเต ตตฺถ ความว่า เมื่อไม่มีแสง พระอาทิตย์ส่องลงไปในสระใหญ่นั้น พอถึงเวลาเย็นดอกก็จะหุบ ไม่มี รัศมี ไม่มีสี มีแต่อาการเหี่ยวงอ คือดอกไม้อันได้นามว่า กุมุท ที่กำลัง แย้มบานอยู่. บทว่า จกฺกมตฺตานิ ชายเร ความว่า ดอกไม้เหล่านั้น เกิดมีประมาณเท่ากงจักรรถ. คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่าย ทีเดียวแล. จบอรรถกถากุมุทมาลิยเถราปทาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka