Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 988

เล่ม มมร. 71 หน้า 988 ข้อ 410
เราทิ้งม้าสินธพอาชาไนยโดยกำเนิด หกหมื่นม้า อัน ประกอบด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เป็นพาหนะวิ่งเร็ว อันนาย น้ำมือถือธนูสวมเกราะหนัง ขึ้นประจำหลังเสียทั้งหมดแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต. เราสละรถ หกหมื่นคัน อันประดับด้วยเครื่องอลังการ ทั้งปวง หุ้มด้วยหนังเสือเหลืองบ้าง ด้วยหนังเสือโคร่งบ้าง สอดเครื่องรบมีธงปักไว้หน้ารถ ทั้งหมดนี้แล้ว บวชเป็น บรรพชิต. เราทิ้งแม่โคนม หกหมื่นตัว อันรองน้ำนมด้วยขันสำริด ทั้งหมดเสียแล้ว บวชเป็นบรรพชิต. เราสละหญิง หกหมื่นคน ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการ ทั้งปวง มีผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวมใส่แก้วมณีและกุณฑล มีหน้าเบิกบาน ยิ้มแย้ม ตะโพกผึ่งผาย เอวเล็กเอวบาง ทุกคนคร่ำครวญอยู่แล้ว บวชเป็นบรรพชิต. เราทิ้งบ้าน หกหมื่นหลัง อันบริบูรณ์ด้วยประการทั้งปวง ซึ่งเป็นรัชสมบัตินั้นเสียแล้ว บวชเป็นบรรพชิต. เราออกจากพระนครแล้ว เข้ารูปสู่ภูเขาหิมวันต์ ได้สร้าง อาศรมไว้ ณ ที่ใกล้แม่น้ำภาคีรสี.๑ ทำกรรณศาลาเสร็จแล้ว ทำเรือนสำหรับบูชาไฟ เรา ปรารถนาความเพียรมีใจแน่วแน่ อยู่ในอาศรม. ๑. ภาคีรถี แม่น้ำคงคา อภิธาน. ๖๘๑/๑๙๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka