Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 1 หน้าที่ 46

เล่ม มมร. 1 หน้า 46 ข้อ 9
ด้วยเหตุที่ธรรมทั้งหลายที่มีความ เจริญ ที่มีความกำหนดหมาย ที่บุคคลบูชา แล้ว บัณฑิตกำหนดตัด และที่ยิ่ง อัน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วในพระอภิ- ธรรมนี้ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อภิธรรม. ส่วนปิฎกศัพท์ใด เป็นศัพท์ที่ไม่พิเศษในพระวินัย พระสูตรและ พระอภิธรรรมนี้ ปิฎกศัพท์นั้น อันบัณฑิตทั้งหลายผู้รู้อรรถแห่งปิฎก กล่าวว่า ปิฏก โดยอรรถว่าปริยัติและภาชนะ ศัพท์ทั้ง ๓ มีวินัยเป็นต้น บัณฑิตพึงให้ ประชุมลงด้วยปิฎกศัพท์นั้น แล้วพึงทราบ. [ ปิฎกเปรียบเหมือนตะกร้า] จริงอยู่ แม้ปริยัติ ท่านก็เรียกว่า ปิฎก ในคำทั้งหลายเป็นต้นว่า อย่าเชื่อ โดยการอ้างตำรา๑. แม้ภาชนะอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านก็เรียกว่า ปิฎก ในคำ เป็นต้นว่าลำดับนั้น บุรุษถือจอบและตะกร้ามา๒. เพราะเหตุนั้น บัณฑิต ทั้งหลายผู้รู้อรรถแห่งปิฎกกล่าวว่า ปิฎก โดยอรรถว่าปริยัติและภาชนะ. บัดนี้ พึงทราบอรรถแห่งบาทคาถาว่า เตน สโมธาเนตฺวา ตโยปิ วินยาทโย เยฺยา โดยนัยอย่างนี้ ศัพท์แม้ทั้ง ๓ มีวินัยเป็นต้นเหล่านั้น อันบัณฑิตพึงย่อเข้าเป็นสมาสกับด้วยปิฎกศัพท์ซึ่งมีอรรถเป็น ๒ อย่าง นี้นั้น แล้ว พึงทราบอย่างนี้ว่า วินัยนั้นด้วยชื่อว่าปิฎกด้วย เพราะเป็นปริยัติ และ เพราะเป็นภาชนะแห่งเนื้อความนั้น ๆ เหตุนั้นจึงชื่อว่า วินัยปิฎก, สูตรนั้นด้วย ๑. องฺ จตุกฺก. ๒๑/๒๕๗ ๒. สํ. นิทาน. ๑๖/๑๐๖.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka