Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 227

เล่ม มมร. 72 หน้า 227 ข้อ 122
ข้าพระองค์จะทำปีติและความสุข ไพบูลย์ให้แผ่ไปสู่ร่างกาย ครอบงำปัจจัยอัน เศร้าหมองอยู่ในป่าใหญ่ จักเจริญสติปัฏฐาน ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ และโพชฌงค์ ๗ อยู่ในป่าใหญ่ เพราะได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ปรารถนาความ เพียร มีใจเด็ดเดี่ยว มีความบากบั่นมั่นเป็นนิตย์ ความพร้อมเพรียงกัน มีความเห็นร่วมกัน ข้า พระองค์จึงจักอยู่ในป่าใหญ่ เมื่อข้าพระองค์ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้นี้ พระองค์อันฝึกแล้ว มีพระหทัยตั้งมั่น จึงเป็น ผู้ไม่เกียจคร้านตลอดทั้งกลางคืนและกลางวัน อยู่ ในป่าใหญ่ ดังนี้. เนื้อความแห่งคาถาเหล่านั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ในอรรถกถาเถรคาถา แล้วแล. พระเถระ พยายามเจริญวิปัสสนาอย่างนี้ ได้บรรลุพระอรหัตแล้ว. พระวักกลิเถระนั้น ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ได้ระลึกถึงบุญกรรม ของตน เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติ มาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อิโต สตสหสฺสมฺหิ ดังนี้ . บรรดา บทเหล่านั้น บทว่า อิโต ความว่า ในที่สุดแสนกัป ภายหลังแต่ภัทรกัปที่ พระกกุสันธพุทธเจ้าเป็นต้น เสด็จอุบัติแล้วไป. บทว่า ปทุมาการวทโน ได้แก่ มีพระพักตร์มีความงดงามดุจดอกปทุมที่เบ่งบานดีแล้ว. บทว่า ปทุมปตฺตกฺโข ความว่า มีพรเนตรเช่นกับดอกและใบปทุมขาว. บทว่า ปทุมุตฺตรคนฺโธ ว ความว่า มีพระโอษฐ์มีกลิ่นคล้ายกลิ่นดอกปทุม. บทว่า อนฺธานํ นยนูปโม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka