ด้วยข้าวปลายเกรียน มีน้ำผักดองเป็นที่ ๒ แม้ทาสีนั้นก็ได้นิมนต์ให้
ภิกษุเหล่านั้นผู้มาถึงแล้วให้นั่ง ณ ที่มุมซุ้มประตู นิมนต์ท่านบริโภคแล้วอย่าง
ที่นายสั่งนั่นแล. ภิกษุเหล่านั้น ไม่พอใจ เดือดดาลอยู่ด้วยความโกรธ ผูก
อาฆาตในพระเถระพูดติเตียนว่า พระเถระรูปนั้นแหละ ทำใช้ให้ทายกผู้ให้
ภัตอันอร่อย สั่งให้ให้ภัตรอันไม่อร่อยแก่พวกเรา จึงมีความทุกข์ เศร้าใจ
นั่งแล้ว. ลำดับนั้น นางภิกษุณีชื่อว่าเมตติยาจึงถามภิกษุเหล่านั้นว่า ข้าแต่
ท่านผู้เจริญ ท่านมีความทุกข์ใจเรื่องอะไร ? ภิกษุเหล่านั้นพูดว่า น้องหญิง !
เรื่องอะไรพวกเราจึงมาถูกพระทัพพมัลลบุตรเบียดเบียน คอยเพ่งโทษ. นาง
ภิกษุณีจึงถามว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ มีเรื่องอะไรที่ดิฉันพอสามารถจะช่วยทำได้
ไหม ? ภิกษุเหล่านั้นพูดว่า เธอจงยกโทษของพระทัพพมัลลบุตรนั้นขึ้นเถิด.
นางภิกษุณีนั้น จึงได้กระทำการกล่าวตู่ยกโทษแก่พระเถระในเรื่องนั้น ๆ. ภิกษุ
ทั้งหลายได้สดับเรื่องนั้นแล้ว จึงกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงทราบ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงรับสั่งเรียกหาพระทัพพมัลลบุตรแล้ว
ตรัสถามว่า ทัพพะ ได้ยินว่าเธอได้กระทำประการอันแปลกแก่นางเมตติยา
ภิกษุณี จริงไหม ? พระทัพพมัลลบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงทราบว่าข้าพระองค์เป็นอย่างไร. พระผู้มีพระภาค-
เจ้าตรัสว่า ทัพพะ พวกทัพพมัลลบุตรทั้งหลาย ย่อมไม่อธิบายอย่างนั้นแล
เธอจงบอกมาว่า เป็นผู้กระทำหรือว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ. พระทัพพมัลลบุตร
กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ได้เป็นผู้กระทำพระเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกเธอจงประกอบภิกษุเหล่านั้นให้เมตติยาภิกษุณี