ของตน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้. ข้าพเจ้าจัก
พรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น. บทว่า โส สพฺพํ ตมํ หนฺตฺวา ความ
ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า ผุสสะ พระองค์นั้น ทรงกำจัดได้แล้ว ซึ่ง
ความมืดคือกิเลสอันได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ เป็นต้น . บทว่า วิชเฏตฺวา
มหาชฏํ ความว่า สะสาง ทำลายล้างผลาญชัฏเครื่องยุ่งกันใหญ่ ด้วยหมู่
แห่งกิเลส ๑,๕๐๐ มีตัณหาและมานะเป็นต้น . มีวาจาประกอบความว่า ทำ
เทวโลกคือโลกสันนิวาสทั้งสิ้นให้ยืนดี ให้อิ่มใจ ให้ชุ่มใจอยู่ ยังฝนคืออมตะ
มหานิพพานให้ตกลงไหลเอิบอาบแล. บทว่า ตทา หิ พาราณสิยํ มีอรรถ
วิเคราะห์ว่า คำว่า พารส แปลว่า ๑๒ ดุจในประโยคเป็นต้นว่า มนุษย์ ๑๒
คน เมืองที่มี ๑๒ ราศี ฤาษีจากหิมวันตประเทศ และฤาษีคือพระปัจเจกมุนี
มาจากภูเขาคันธมาทน์โดยทางอากาศ ย่อมพากันไป คือ หยั่งลง ได้แก่ย่อม
เข้าไป ในเมืองที่มี ๑๒ ราศีนั้น เหตุนั้น เมืองนั้นจึงชื่อว่า พาราณสี อีก
ความหมายหนึ่งว่า สถานที่อันบุคคลคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลายแสน
พระองค์ทรงหยั่งลงเพื่อประกาศพระธรรมจักรให้เป็นไปทั่ว บัณฑิตเรียกกัน
ว่า พาราณสี ด้วยอำนาจทางศัพท์เป็นอิตถีลิงค์ เพราะทำ นคร ศัพท์ให้เป็น
ลิงควิปลาส. ในพระนครพาราณนั้น. บทว่า นิกฺขิตฺตสตฺถํ ปจฺจนฺตํ ความ
ว่า ทำปัจจันตชนบทให้ทิ้งศัสตรา ให้วางอาวุธ ให้สิ้นพยศ. บทว่า กตฺวา
ปุนรุปจฺจ ตํ ความว่า แล้วกลับเข้ามาถึงยังพระนครนั้นอีก. คำที่เหลือมีเนื้อ
ความพอที่จะกำหนดรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถาอุรุเวลกัสสปเถราปทาน