Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 406

เล่ม มมร. 72 หน้า 406 ข้อ 140
ว่าพระพุทธเจ้าทรงอุบัติแล้ว จึงไปเฝ้าพระศาสดา ได้ฟังธรรมแล้วจึงบวช ไม่นานนัก ก็ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมด้วยอภิญญา ๖. ท่านบรรลุพระอรหันต์แล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตน ได้เกิดความ โสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น ใน บทว่า พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส นี้ได้แก่ เป็นพวกพ้องคือญาติของพวก พราหมณ์ พึงทราบว่า ในเมื่อควรจะกล่าวว่า พฺราหฺมณพนฺธุ แต่ท่านได้กล่าว ไว้ว่า พฺรหฺมพนฺธุ ก็เพื่อความสะดวกแก่การประพันธ์คาถา. ชื่อว่า มหายโส เพราะมียศแผ่ปกคลุมไปในโลกทั้ง ๓ คำที่เหลือทั้งหมด มีเนื้อความพอที่จะ กำหนดได้โดยง่ายทีเดียวแล จบอรรถกถาวนวัจฉเถราปทาน จูฬสุคันธเถราปทานที่ ๑๐ (๕๕๐) [๑๔๐] ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้ามีพระ- นามว่า กัสสปะผู้เป็นพงศ์พันธ์พรหม ทรงพระยศ ใหญ่ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย ได้เสด็จ อุบัติขึ้นแล้ว พระองค์สมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ มี พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ มีพระ- รัศมีล้อมรอบข้างละวา ประกอบด้วยข่ายรัศมี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka