Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 438

เล่ม มมร. 72 หน้า 438 ข้อ 140
ก็โดยสมัยนั้นแล ผ้าบังสุกุลเกิดขึ้นแล้ว แก่พระผู้มีพระภาคเจ้า. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงมีพระดำริว่าเราจะพึงชักผ้าบังสุกุล ในที่ไหนหนอแล. ลำดับนั้นแล ท้าวสักกะเทวานมินทะ ได้ทรงทราบถึง ความปริวิตกแห่งพระทัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยใจแล้ว จึงใช้มือขุด สระโบกขรณีเสร็จแล้ว ก็กราบทูลกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงซักผ้าบังสุกุลในที่สระโบกขรณีนี้เถิด. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงมีพระดำริว่า เราพึงขยำผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอแล. ลำดับนั้นแล ท้าวสักกะเทวานมินทะ ได้ทรงทราบความ ปริวิตกแห่งใจของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยใจแล้ว จึงทรงยกแผ่นศิลาใหญ่ มาวางไว้แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจง ขยำผ้าบังสุกุล ณ ที่แผ่นศิลานี้เถิด. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ ทรงมีพระดำริว่า เราจะพึงห้อยตากผ้าบังสุกุลในที่ไหนหนอแล. ลำดับนั้นแล เทพยดาผู้สิงสถิตอยู่ ณ ที่นี้ไม้รกฟ้า ได้ทราบถึงความปริวิตกแห่งใจของ พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยใจแล้ว จึงน้อมเอากิ่งไม้ลงมาแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงตากผ้าบังสุกุลไว้ที่กิ่งไม้นี้. ครั้ง นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงมีพระดำริว่า เราพึงเปลี่ยนผ้าบังสุกุลใน ที่ไหนหนอแล. ลำดับนั้นแล ท้าวสักกะเทวานมินทะ ได้ทรงทราบความ ปริวิตกแห่งใจของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยใจแล้ว จึงได้ยกเอาแผ่นศิลาใหญ่ มาวางไว้แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง เปลี่ยนผ้าบังสุกุล ณ ที่นี้เถิด. ลำดับนั้นแล อุรุเวลกัสสปชฎิลพอเมื่อราตรี นั้นผ่านพ้นไปแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว จึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka