ดูก่อนกัสสป ลำดับนั้นแล ท้าวสักกะเทวานมินทะได้ทราบถึงความปริวิตก
แห่งใจของเราด้วยใจ ยกเอาแผ่นศิลาใหญ่มาวางไว้แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเปลี่ยนผ้าบังสุกุล ณ ที่นี่เถิด
ดูก่อนกัสสป แผ่นศิลานี้เทวดามิใช่มนุษย์ยกมาวางไว้ ลำดับนั้นแล ท่าน
อุรุเวลกัสสปได้มีความคิดว่า พระมหาสมณะนี้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก
ซึ่งแม้ท้าวสักกะเทวานมินทะก็ยังมาทำการช่วยเหลือถึงที่ ถึงอย่างไรก็ไม่เป็น
พระอรหันต์เหมือนเราแน่. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสวยภัตรของ
อุรุเวลกัสสปชฎิลแล้วประทับอยู่ ณ ราวป่านั้นนั่นแล.
ลำดับนั้นแล อุรุเวลกัสสปชฎิล พอเมื่อราตรีนั้นผ่านพ้นไปแล้ว จึง
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นพอเข้าไปเฝ้าแล้ว จึงกราบทูลภัตกาลแด่
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระมหาสมณเจ้า บัดนี้ถึงภัตกาลแล้ว ภัตร
เสร็จเรียบร้อยแล้ว. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนกัสสป เธอไปก่อนเถอะแล้ว
เราจะตามไป ดังนี้แล้ว เสด็จส่งท่านอุรุเวลกัสสปชฎิล. ชมพูทวีป ย่อม
ปรากฏมีต้นหว้า จึงทรงถือเอาผลจากต้นหว้านั้นแล้ว รีบเสด็จมาประทับ
นั่ง ณ ที่โรงไฟก่อนกว่า. อุรุเวลกัสสปชฎิลพอได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า
ประทับนั่ง ณ ที่โรงไฟจึงกราบทูลกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระสมณะ
พระองค์เสด็จมาโดยหนทางไหน พระเจ้าข้า ข้าพระองค์หลีกไปก่อนกว่า
พระองค์ แต่ทำไม พระองค์จึงมาถึงก่อนกว่าข้าพระองค์ แล้วยังประทับนั่ง
ณ ที่โรงไฟ (อย่างสำราญเสียอีก). พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนกัสสป เราส่ง
เธอ ณ ที่นั่นแล้ว ชมพูทวีปเกิดมีต้นหว้าใหญ่ เราจึงเก็บผลหว้าจากต้นหว้า
นั้นแล้ว มานั่ง ณ โรงไฟก่อนกว่า ดูก่อนกัสสป ผลหว้านี้แล สมบูรณ์ด้วยสี