Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 586

เล่ม มมร. 72 หน้า 586 ข้อ 159
น้ำ แล้วได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกอุบลอันเป็น ดอกไม้อย่างดี ที่พวกนาคเรียกกันในสมัยนั้นว่า ดอกอรุณ โดยตั้งความปรารถนาว่า ขอให้สีตัว ของเราจงเป็นเช่นกับสีดอกอุบลนี้ ด้วยบุญกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วย การตั้งเจตน์จำนงไว้ หม่อมฉันละร่างกายมนุษย์ แล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุติจากนั้นแล้วมาเกิดในมนุษย์ ได้ถวาย บิณฑบาต พร้อมด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแก่ พระสยัมภู ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี มีพระเนตรงาม มีพระญาณ จักษุในธรรม เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นธิดาของเศรษฐี ในเมืองพาราณสีอันอุดม ได้นิมนต์พระ- สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พร้อมด้วย พระสงฆ์ ถวายมหาทานและบูชาพระพุทธเจ้านั้น ด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแล้ว ได้ปรารถนาให้มี ผิวพรรณงามเหมือนดอกอุบล ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้ามีพระนามว่า กัสสปะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพรหม มีบริวารยศ มาก ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka