Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 629

เล่ม มมร. 72 หน้า 629 ข้อ 166
ด้วยกุศลกรรมที่ทำไว้แล้วนั้น และด้วย การตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภพหลังครั้งนี้ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐี ที่มั่งคั่งเจริญ มีทรัพย์มากในพระนครสาวัตถี เมื่อดิฉันเติบโตเป็นสาว ได้ไปสู่สกุลสามี คลอดบุตรชาย ๑๐ คนล้วนแต่มีรูปงามยิ่งนัก บุตร ทุกคนนั้นตั้งอยู่ในความสุข เจริญตาและใจของ ชนให้นิยม แม้แต่พวกศัตรูก็ชอบใจ เป็นที่รัก ของดิฉันมาก. ในกาลนั้น โดยที่ดิฉันไม่ปรารถนา สามี ของดิฉันพร้อมด้วยบุตรทั้ง ๑๐ คนพากันไปบวช ในพระพุทธศาสนา ดิฉันอยู่ผู้เดียวคิดว่า เราพลัดพรากจาก สามีและบุตรเป็นกำพร้าอยู่ ไม่ควรจะเป็นอยู่ แม้เราก็จักไปในอารามที่ภิกษุผู้เคยเป็นสามีอยู่ ครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงออกบวช. ครั้งนั้น พวกภิกษุณีละดิฉันไว้ในสำนัก ที่อยู่อาศัยแต่ผู้เดียว สั่งดิฉันว่า ท่านจงต้มน้ำ ไว้แล้วพากันไป เวลานั้น ดิฉันตักน้ำมาใส่ในหม้อเล็ก ตั้งทิ้งไว้แล้วนั่งอยู่ แต่นั้นดิฉันก็เริ่มเพียรทางจิต
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka