Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 206

เล่ม มมร. 73 หน้า 206 ข้อ 1
จักมีเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่เรา ตลอดกาลนาน. ปาฐะว่า สุขาย เม ภวิสฺ- สติ ดังนี้ก็มี. แต่นั้น สุเมธบัณฑิตนอนบนหลังตมแล้วก็คิดอย่างนี้ว่า ถ้าเราพึง ปรารถนาไซร้ เราก็พึงเป็นสังฆนวกะ เผากิเลสทั้งหมดแล้วเข้าไปยังรัมมนคร แต่เราไม่มีกิจที่จะเผากิเลสแล้วบรรลุพระนิพพาน ด้วยเพศที่ไม่มีใครรู้จัก ถ้า กระไร เราพึงเป็นเหมือนพระทีปังกรทศพล บรรลุปรมาภิสัมโพธิญาณ ขึ้น สู่ธรรมนาวา ยังมหาชนให้ข้ามสังสารสาครแล้วจึงปรินิพพานในภายหลัง นี้เป็น การสมควรแก่เรา. แต่นั้น จึงประชุมธรรม ๘ ประการ ลงนอนทำอภินีหาร เพื่อเป็นพระพุทธเจ้า. ด้วยเหตุนั้นจึงตรัสว่า เรานอนเหนือแผ่นดินแล้ว ใจก็ปริวิตกอย่างนี้ ว่า วันนี้เราปรารถนา ก็จะพึงเผากิเลสทั้งหลายของ เราได้. แต่ประโยชน์อะไรของเราด้วยเพศที่ไม่มีใครรู้จัก ด้วยการทำให้แจ้งธรรมในพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ เรา จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณเป็นพระพุทธเจ้า ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก. ประโยชน์อะไรของเรา ด้วยบุรุษผู้เห็นกำลังจะ ข้ามสังสารสาครแต่เพียงคนเดียว เขาจักบรรลุสัพพัญ- ญุตญาณแล้ว ยังโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลกให้ข้ามสังสาร สาคร. ด้วยอธิการบารมีนี้ ที่เราบำเพ็ญในพระพุทธเจ้า ผู้เป็นบุรุษสูงสุด เราบรรลุสัพพัญญุตญาณแล้วจะยัง หมู่ชนเป็นอันมากให้ข้ามสังสารสาคร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka