Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 284

เล่ม มมร. 73 หน้า 284 ข้อ 2
นรชนนั้นให้ทานแล้ว ย่อมถึงความมั่งคั่งแห่ง โภคะ และมีอายุยืน ย่อมได้ความมีเสียงไพเราะและ รูปสวยอยู่ในวิมานทั้งหลายที่นกยูงอันน่าชื่นชมนานา ชนิดร้องระงม เล่นกับเทวดาทั้งหลายในสวรรค์. ทานเป็นทรัพย์ไม่ทั่วไปแก่ภัยทั้งหลายคือโจรภัย อริภัย ราชภัย อุทกภัย และอัคคีภัย ทานนั้น ย่อม ให้สาวกญาณภูมิ ปัจเจกพุทธภูมิ ตลอดถึงพุทธภูมิ. ครั้น ทรงทำอนุโมทนาทาน ประกาศอานิสงส์แห่งทาน โดยนัยดัง กล่าวมาอย่างนี้เป็นต้นแล้ว ก็ตรัสศีลกถา ในลำดับต่อจากทานนั้น ธรรมดา ศีลนั้นเป็นมูลแห่งสมบัติในโลกนี้และโลกหน้า ศีลเป็นต้นเหตุสำคัญของสุขทั้งหลาย ผู้มีศีล ย่อมไปไตรทิพย์สวรรค์ด้วยศีล ศีลเป็นเครื่องป้องกัน เครื่องเร้น เครื่องนำหน้าของผู้เข้าถึงสังสารวัฏ. ก็ที่พึ่งพาอาศัยของชนทั้งหลายในโลกนี้ หรือใน โลกหน้าอย่างอื่น ที่เสมอด้วยศีลจะมีแต่ไหน ศีลเป็น ที่ตั้งสำคัญของคุณทั้งหลาย เหมือนแผ่นดิน เป็นที่ตั้ง แห่งสิ่งที่อยู่กับที่และสิ่งที่เคลื่อนที่ได้ ฉะนั้น. เขาว่า ศีลเท่านั้นเป็นกรรมดี ศีลยอดเยี่ยมใน โลก ผู้ประพฤติชอบในธรรมจริยาของพระอริยะท่าน เรียกว่า ผู้มีศีล. เครื่องประดับเสมอด้วยเครื่องประดับคือศีลไม่มี, กลิ่นเสมอด้วยกลิ่นคือ ศีลไม่มี, เครื่องชำระมลทินคือกิเลสเสมอด้วยศีลไม่มี เครื่องระงับความเร่าร้อน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka