Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 435

เล่ม มมร. 73 หน้า 435 ข้อ 9
ครั้งนั้น เมื่อพระตถาคตประทับอยู่ ไพรสณฑ์นั้น พระโพธิสัตว์ ของเราเป็นราชสีห์ เห็นพระองค์ประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติ ๗ วัน ก็มี จิตเลื่อมใส ทำประทักษิณ เกิดปีติโสมนัส บันลือสีหนาท ๓ ครั้ง ไม่ละปีติ ที่มีพุทธคุณเป็นอารมณ์ ๗ วัน ด้วยปีติสุขนั่นแล ก็ไม่ออกหาเหยื่อ ยอม สละชีวิต ยืนอยู่ใกล้ ๆ. ครั้งนั้น ล่วงไป ๗ วัน พระศาสดาก็ออกจากนิโรธ สมาบัติ ผู้เป็นสีหะในนรชน ทรงตรวจดูราชสีห์ ทรงพระดำริว่า ขอราชสีห์ นั้น จงมีจิตเลื่อมใสแม้ในภิกษุสงฆ์ ขอสงฆ์จงมา ภิกษุหลายโกฏิก็พากันมา ทันทีทันใด ราชสีห์ก็ยังจิตให้เลื่อมใสในพระสงฆ์. ครั้งนั้น พระศาสดาทรง ตรวจดูจิตของราชสีห์นั้น ก็ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล ราชสีห์ตัวนี้ จัก เป็นพระพุทธเจ้า พระนามว่า โคตมะ. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า สมัยนั้น เราเป็นราชสีห์เจ้ามฤค ได้เห็นพระ- ชินพุทธเจ้า ผู้เพิ่มพูนความสงัดอยู่ในป่าใหญ่. เราใช้เศียรเกล้าบังคมพระบาท ทำประทักษิณ พระองค์ บันลือสีหนาท ๓ ครั้ง เฝ้าพระชินพุทธเจ้า ๗ วัน. ๗ วัน พระตถาคตก็ทรงออกจากนิโรธ ทรง ดำริด้วยพระหฤทัย นำภิกษุมานับโกฏิ. แม้ครั้งนั้น พระมหาวีระพระองค์นั้น ก็ทรง พยากรณ์เราท่ามกลางภิกษุเหล่านั้นว่า ผู้นี้จักเป็นพระ- พุทธเจ้า ในกัปที่หาประมาณมิได้ นับแต่กัปนี้ไป. พระตถาคตตั้งความเพียร ฯ ล ฯ จักอยู่ต่อหน้า ของท่านผู้นี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka