Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 6 หน้าที่ 433

เล่ม มมร. 6 หน้า 433 ข้อ 166
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น แหละพวกเธอพึงทำในใจว่า จักทำ อุโบสถกรรมชนิดที่พร้อมเพรียงโดยธรรม ดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวก เธอพึงศึกษาอย่างนี้แล. อรรถกถาอุโบสถและอุโบสถกรรม ในอุโบสถสอง๑ นี้ คือ อุโบสถวันที่ ๑๔ และอุโบสถวันที่ ๑๕ เมื่อทำ บุพกิจแห่งอุโบสถวันที่ ๑๔ แล้วพึงบอกว่า อชฺขุโปสโถ จาตุทฺทโส แปลว่า อุโบสถวันนี้ที่ ๑๔. วินิจฉัยในอุโบสถกรรม ๔ มีข้อว่า อธมฺเมน วคฺคํ เป็นอาทิ. หาก ว่าในวัดที่อยู่เดียวกัน เมื่อภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป ๓ รูปนำฉันทะและปาริสุทธิ ของรูปหนึ่งมาแล้ว ทำปาริสุทธิอุโบสถ หรือเมื่ออยู่ด้วยกัน ๓ รูป ๒ รูปนำ ฉันทะและปาริสุทธิของรูปหนึ่งมา แล้วสวดปาติโมกข์ อุโบสถกรรมย่อมเป็น วรรคโดยอธรรม, แต่ถ้าทั้ง ๔ รูปประชุมกันทำปาริสุทธิอุโบสถ, ๓ รูปหรือ ๒ รูป สวดปาติโมกข์ อุโบสถกรรมชื่อพร้อมเพรียงโดยธรรม. ถ้าอยู่ด้วยกัน ๔ รูป ๓ รูปนำปาริสุทธิของรูปหนึ่งมาแล้วทำปาริสุทธิอุโบสถ, หรืออยู่ด้วยกัน ๓ รูป ๒ รูปนำปาริสุทธิของรูปหนึ่งมาแล้ว ทำปาริสุทธิอุโบสถ, อุโบสถกรรมชื่อเป็น วรรคโดยธรรม. แต่ถ้าภิกษุ ๔ รูปอยู่ในวัดที่อยู่เดียวกัน ประชุมกันทั้งหมด สวดปาติโมกข์, ๓ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถ, ๒ รูป ทำปาริสุทธิกะกันและกัน, อุโบสถกรรมชื่อพร้อมเพรียงโดยธรรม. อรรถกถาอุโบสถและอุโบสถกรรม จบ ๑. แต่ในโยชนา เอตฺถ โยควจเน และเป็นอาธารในวตฺตพฺพํ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka