Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 597

เล่ม มมร. 73 หน้า 597 ข้อ 20
อเนกชาติสํสารํ ฯ ล ฯ ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา. อโยฆนหตสฺเสว ชลโต ชาตเวทโส อนุปุพฺพูปสนฺตสฺส ยถา น ายเต คติ. ใครๆ ย่อมไม่รู้คติ ความไปของดวงไฟ ที่ลุก โพลง ถูกฟาดด้วยค้อนเหล็ก แล้วสงบลงโดยลำดับ ฉันใด. เอวํ สมฺมา วิมุตฺตานํ กามพนฺโธฆตารินํ ปญฺาเปตุํ คตี นตฺถิ ปตฺตานํ อจลํ สุขํ. ไม่มีใครจะล่วงรู้คติความไป ของท่านผู้หลุดพ้น โดยชอบ ผู้ข้ามพันธะและโอฆะ คือกาม ผู้ถึงสุขอัน ไม่หวั่นไหวได้ก็ฉันนั้น. ทรงยับยั้งอยู่ ๗ สัปดาห์ ใกล้โพธิพฤกษ์นั่นเอง ทรงรับอาราธนาของท้าว มหาพรหม ทรงตรวจดูอุปนิสสัยสมบัติ ของ พระขัณฑกุมาร กนิษฐภาดา ต่างพระมารดาของพระองค์ และ ติสสกุมาร บุตรปุโรหิต เสด็จไปทาง อากาศ ลงที่ เขมมิคทายวัน ทรงใช้พนักงานเฝ้าอุทยานไปเรียกท่านทั้งสอง นั้นมาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ท่ามกลางบริวารเหล่านั้น ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยได้แก่เทวดาทั้งหลาย ประมาณมิได้. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ต่อจากสมัยของพระปุสสพุทธเจ้า พระสัมพุทธ- เจ้าพระนามว่า วิปัสสี ผู้สูงสุดแห่งสัตว์สองเท้า ผู้มี จักษุ ก็อุบัติขึ้นในโลก. ทรงทำลาย อวิชชาทั้งหมด๑ บรรลุพระโพธิ- ญาณอันสูงสุด เสด็จไปยังกรุงพันธุมดี เพื่อประกาศ พระธรรมจักร. ๑. บาลีว่า อวิชฺชณฺฑํ กะเปาะไข่คืออวิชชา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka