Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 619

เล่ม มมร. 73 หน้า 619 ข้อ 21
หลาย ชื่อว่ากัปปิยภัณฑ์. บทว่า ปูรยึ มานสํ มยฺหํ ความว่า ยังจิตของ เราให้เต็มด้วยปีติในทาน ทำให้สามารถเกิดความร่าเริงแก่เรา. บทว่า นิจฺจํ ทฬฺหมุปฏฺิตํ ความว่า จิตอันตั้งมั่นคงโดยทานเจตนาว่าจะให้ทานเป็น นิตย์. พระผู้มีพระภาคเจ้าองค์นั้น ทรงมีพระนครชื่อว่า อรุณวดี พระชนก พระนามว่า พระเจ้าอรุณวา พระชนนีพระนามว่า พระนางปภาวดี คู่ พระอัครสาวก ชื่อว่า พระอภิภู และ พระสัมภวะ พระพุทธอุปัฏฐาก ชื่อว่า พระเขมังกร คู่พระอัครสาวิกา ชื่อว่า พระสขิลา และ พระปทุมา โพธิ- พฤกษ์ชื่อว่า ต้นปุณฑรีกะ คือ มะม่วง พระสรีระสูง ๗๐ ศอก พระรัศมี แห่งสรีระแผ่ไป ๓ โยชน์เป็นนิตย์ พระชนมายุเจ็ดหมื่นปี พระอัครมเหสี พระนามว่า พระนางสัพพกามา พระโอรสพระนามว่า อตุละ ออก อภิเนษกรณ์ด้วยานคือช้าง. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า พระสุขีพุทธเจ้า ผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ ทรงมีพระ นครชื่อ อรุณวดี พระชนก พระนามว่า พระเจ้าอรุณ พระชนนี พระนามว่า พระนางปภาวดี. พระองค์ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่แสนปี ทรงมี ปราสาทชั้นเยี่ยม ๓ หลัง ชื่อว่า สุวัฑฒกะ คิริและ นารีวาหนะ มีพระสนมกำนัลสองหมื่นสี่พันนาง ล้วนประดับ ประดางดงาม มีพระอัครมเหสีพระนามว่า พระนาง สัพพกามา พระโอรสพระนามว่า อตุละ. พระผู้สูงสุดในบุรุษ ทรงเห็นนิมิต ๔ เสด็จ ออกอภิเนษกรมณ์ด้วยยานคือช้าง. ๑. บาลีเป็นอรุณ ๒. บาลีเป็นมขิลา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka