เมื่อทีเดียวก็ดี ภิกษุผู้สรภาณกะและธรรมกถึก เป็นต้นรูปใดรูปหนึ่งก็ดี พระ-
เถระไม่ควรสั่งบังคับ เพื่อกวาดโรงอุโบสถ ส่วนภิกษุที่เหลือพึงสั่งบังคับตาม
วาระ คือผลัดเปลี่ยนกัน หากว่า ภิกษุผู้ได้รับคำสั่งแล้ว จะไม่ได้ไม้กวาดแม้
เป็นของยืมไซร้ พึงวานกัปปิยการกหักกิ่งไม้ทำให้ควรแล้วกวาด เมื่อเธอไม่ได้
แม้ซึ่งกัปปิยการกนั้น เป็นอันได้ชื่ออ้าง. ถึงในการสั่งบังคับเพื่อให้ปูลาดอาสนะ
ก็พึงสั่งบังคับตามนัยที่กล่าวแล้วนั้นแล.
ฝ่ายภิกษุผู้รับคำสั่งแล้ว ถ้าอาสนะในโรงอุโบสถไม่มี พึงขนมาจาก
สังฆิกาวาส ปะลาดแล้ว ต้องขนไปคืน. เมื่ออาสนะไม่มีจะปูเสื่อลำแพนก็ดี
เสื่ออ่อนก็ดี ย่อมควร ถึงเมื่อเสื่ออ่อนไม่มีก็พึงวานกัปปิยการกให้ช่วยหักกิ่งไม้
ทำให้ควรแล้วปูลาดเถิด เมื่อเธอไม่ได้กัปปิยการก เป็นอันได้ข้ออ้าง.
ในการตามประทีปเล่า พระเถระก็พึงสั่งบังคับตามนัยที่กล่าวแล้วนั่น
แล. และเมื่อจะสั่งบังคับ ต้องบอกว่า น้ำมัน หรือไส้ หรือตะเกียง มีอยู่ใน
โอกาสโน้น เธอจงถือเอาสิ่งนั้น ๆ มาตามประทีป. หากน้ำมันเป็นต้น ไม่มี
ภิกษุผู้รับคำสั่งต้องแสวงหามา เมื่อแสวงหาแล้วไม่ได้ เป็นอันได้ข้ออ้าง. อีก
อย่างหนึ่ง จะพึงติดไฟให้โพลงบนกระเบื้องก็ได้.
ข้อว่า สงฺคเทตพฺโพ มีความว่า ภิกษุผู้เป็นพหุสูตนั้น อันภิกษุ
ทั้งหลายพึงสงเคราะห์ ด้วยถ้อยคำอันไพเราะอย่างนี้ว่า ท่านมาแล้ว ก็ดีแหละ
ขอรับ ที่นี่ภิกษาหาได้ง่าย แกงและกับข้าวก็มี อย่าต้องเป็นกังวลเลย นิมนต์
อยู่เถิด พึงอนุเคราะห์เนื่องด้วยการพูดจากันบ่อย ๆ พึงเกลี้ยกล่อมด้วยให้เธอ
ให้คำตอบว่า ขอรับผมจักอยู่.