Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 722

เล่ม มมร. 73 หน้า 722 ข้อ 26
ทั้งหลายก็พากันหนีไปต่อหน้า ๆ นั่นแหละ ก็ท้าวสักกะเทวราช ทำวิชยุตตร- สังข์ไว้ที่ปฤษฎางค์ ประทับยืน ณ ขอบปากจักรวาล. ท้าวมหาพรหม วาง เศวตฉัตรไว้ที่ปลายจักรวาลแล้วก็เสด็จไปพรหมโลก. กาฬนาคราชก็ทิ้งนาค- นาฏกะไว้ทั้งหมด ดำดินไปยังภพมัญเชริกนาคพิภพลึก ๕๐๐ โยชน์ นอนเอา มือปิดหน้า ไม่มีแม้แต่เทวดาสักองค์เดียว ที่จะสามารถอยู่ในที่นั้นได้. ส่วน พระมหาบุรุษ ประทับนั่งอยู่แต่ลำพัง เหมือนมหาพรหมในวิมานว่างเปล่า. นิมิต ร้าย ที่ไม่น่าปรารถนาเป็นอันมากปรากฏก่อนทีเดียวว่า บัดนี้ มารจักมา ดังนี้. เมื่อเวลาการยุทธของพระยามาร และของพระ- ผู้เผ่าพันธุ์แห่งไตรโลก ดำเนินไปอยู่ อุกกาบาตอัน ร้ายกาจก็ตกลงโดยรอบ ทิศทั้งหลายก็มืดคลุ้มด้วยควัน. แผ่นดินแม้นี้ไม่มีใจ ก็เหมือนมีใจ ถึงความ พลัดพราก เหมือนหญิงสาวพลัดพรากสามี แผ่นดิน ที่ทรงสระต่าง ๆ พร้อมทั้งสาครก็หวั่นไหว เหมือน เถาวัลย์ต้องลมพัดแรง. มหาสมุทรก็มีน้ำปั่นป่วน แม้น้ำทั้งหลายก็ไหล ทวนกระแส ลำต้นไม้ต่าง ๆ ก็คดงอแตกติดดินแห่ง ภูผาทั้งหลาย. ลมร้ายก็พัดไปรอบ ๆ มีเสียงอึกทึกครึกโครม ความมืดที่ปราศจากดวงอาทิตย์ ก็เลวร้าย ตัวกะพันธ์ ก็ท่องไปกลางหาว. เขาว่า ลางร้ายอันพิลึก ดังกล่าวไม่น่าเจริญใจ ไม่น่าปรารถนา ทั้งที่อยู่ในอากาศและที่อยู่ภาคพื้นดิน เป็นอันมาก ก็มีโดยรอบในขณะที่มารมา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka