จะพึงแนะนำ เขาเป็นผู้ถึงฝั่ง เป็นผู้คงที่ ย่อม
ไม่หมกไหม้.
เป็นความจริงอย่างนั้นท่านกล่าวไว้ในนิทเทสว่า จากบทว่า กปฺป
นี้ กัปมีสองอย่าง คือ ตัณหากัป ๑ ทิฏฐิกัป ๑. มาในอสงไขยกัปในบท
มีอาทิว่า อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ วิวฏฺฏกปฺเป ในสังวัฏฏกัป
ไม่น้อยในวิวัฏฏกัปไม่น้อย. มาในมหากัปในบทมีอาทิว่า จตฺตาริมานิ
ภิกฺขเว กปฺปสฺส อสงฺเขยฺยานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหากัปมีสี่อสงไขย.
กัปในที่นี้ได้แก่มหากัป.
บทสำเร็จในคำว่า กปฺป นั้นมีดังนี้ ชื่อว่า กปฺโป เพราะย่อม
กำหนด. อธิบายว่า พึงกำหนดมีปริมาณที่ควรกำหนดด้วยการเปรียบกับ
กองเมล็ดผักกาดเป็นต้นอย่างเดียวเพราะไม่สามารถคำนวณด้วยปีได้ว่า เท่า
นั้นปี เท่านั้นร้อยปี เท่านั้นพันปี เท่านั้นแสนปี. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า :-
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปยาวเพียงไรหนอ. ดูก่อนภิกษุ กัปยาวมาก
กำหนดไม่ได้ว่า เท่านั้นปี เท่านั้นร้อยปี เท่านั้นพันปี เท่านั้นแสนปี.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สามารถจะเปรียบเทียบได้หรือไม่พระเจ้าข้า. พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสว่า สามารถเปรียบเทียบได้ ภิกษุ. เหมือนอย่างว่ากองเมล็ด
ผักกาด โดยความยาวโยชน์หนึ่ง โดยความกว้างโยชน์หนึ่ง โดยความสูง
โยชน์หนึ่ง เมื่อล่วงไปร้อยปี พันปี ผู้วิเศษเก็บเมล็ดผักกาดไปเมล็ดหนึ่ง ๆ
เมล็ดผักกาดหมด. ก็ยังไม่สิ้นกัป. ดูก่อนภิกษุกัปยาวอย่างนี้แล.