น้อมล่วงไปเหมือนอย่างนั้นอัก. ในวันที่สามก็ให้อย่างนั้นอีกแล้วคิดว่าน่าปลื้ม
ใจหนอ เป็นลาภของเรา เราประสบบุญมากหนอ หากเราได้ทักขิไณยบุคคล
เราจะให้ทานอย่างนี้ ตลอดเดือนหนึ่งบ้าง สองเดือนบ้าง. แม้ในสามวัน
พระดาบสก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า ด้วยทานนั้นเรามิได้ปรารถนา ลาภสักการะ
และความสรรเสริญ ไม่ปรารถนาสมบัติจักรพรรดิ ไม่ปรารถนาสักกสมบัติ
ไม่ปรารถนาพรหมสมบัติ ไม่ปรารถนาสาวกโพธิญาณ ไม่ปรารถนาปัจเจก-
โพธิญาณ ที่แท้ขอทานของเรานี้ จงเป็นปัจจัยแห่งพระสัพพัญญุตญาณเถิด.
ด้วยเหตุนั้นท่านอกิตติดาบสจึงกล่าวว่า :-
ในกาลนั้นด้วยเดชแห่งการประพฤติตบะ
ของเรา ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่ในไตรทิพย์ทรง
ร้อนพระทัย ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์ เข้า
มาหาเราเพื่อภิกษา.
เราได้เห็นพราหมณ์มายืนอยู่ใกล้ประตู
บรรณศาลาของเรา จึงเอาใบหมากเม่าที่เรานำ
มาแต่ป่า อันไม่มีน้ำมันทั้งไม่เค็มให้หมด
พร้อมกับภาชนะ.
ครั้นได้ให้ใบหมากเม่าแก่พราหมณ์นั้น
แล้ว เราจึงคว่ำภาชนะ ละการแสวงหาใบ