Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 120

เล่ม มมร. 74 หน้า 120 ข้อ 7
และม้ามงคล บูชาด้วยเลือดในลำคอของสัตว์เหล่านั้น ชื่อว่าทานยิ่ง พระ- ราชาทรงยินยอม. ด้วยประการฉะนี้ ขัณฑหาละคิดว่าจักบอกทางสวรรค์ แต่บอกทางนรก. แม้พระราชาก็ทรงสำคัญว่า ขัณฑหาละนั้นเป็นบัณฑิต มีพระประ- สงค์จะปฏิบัติตามด้วย ทรงสำคัญว่าวิธีที่ขัณฑหาละบอกนั้นเป็นทางสวรรค์ จึงรับสั่งให้ขุดหลุมบูชายัญหลุมใหญ่ แล้วมีพระบัญชาว่า พวกท่านจงนำสัตว์ สองเท้าสี่เท้าทั้งหมดตามที่ขัณฑหาละสั่งตั้งแต่พระราชกุมาร มีพระโพธิ- สัตว์เป็นต้นไปในที่ที่ประกอบพิธีบูชายัญ. สิ่งของเครื่องใช้ในการบูชายัญ ทั้งหมดเตรียมไว้พร้อมแล้ว. มหาชนได้ฟังดังนั้นก็ระเบ็งเซ็งแซ่วุ่นวายกัน ยกใหญ่. พระราชาทรงร้อนพระทัย แต่ถูกขัณฑหาละ ชักจูงก็ทรงบัญชา เหมือนอย่างนั้นอีก. พระโพธิสัตว์ทรงทราบว่า ขัณฑหาละไม่ได้ทำหน้าที่ ตัดสินคดีจึงผูกอาฆาตเรา ปรารถนาจะให้เราตาย จะได้ทำความพินาศล่มจม ให้เกิดแก่มหาชนอีก แม้พยายามเพื่อให้พระราชาทรงสำนึกผิดด้วยอุบาย หลายอย่าง จากการเข้าพระทัยผิดนั้นก็ไม่สามารถทำให้กลับพระทัยได้. มหา- ชนร่ำร้องอยู่เซ็งแซ่. พระโพธิสัตว์ทรงสงสารมาก. เมื่อมหาชนร่ำร้องเซ็ง- แซ่อยู่นั้น พิธีกรรมทั้งหมดในหลุมบูชายัญก็สำเร็จลง. พวกราชบุรุษนำ พระราชโอรสเข้าไปแล้วให้นั่งก้มคอลง. ขัณฑหาละนำถาดทองคำเข้าไป ถือ ดาบยืนอยู่ด้วยคิดว่า จักตัดพระศอของพระโพธิสัตว์. พระนางจันทาเทวี มเหสีของพระโอรสเห็นดังนั้น คิดว่าบัดนี้เราไม่มีที่พึ่งอื่นแล้ว เราจักทำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka