ในกาลนั้น เราพ้นจากการบูชายัญแล้ว
ออกไปจากที่บวงสรวงนั้น ยังความสังเวชให้
เกิดขึ้น แล้วบริจาคมหาทาน.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยชนา มุตฺโหต พ้นจากการบูชายัญ คือพ้น
จากการถูกฆ่าโดยนัยดังกล่าวแล้วจากยัญพิธีที่ขัณฑหาละเตรียมไว้. บทว่า
นิกฺขนฺโต ยญฺวาฏโต ออกจากที่บวงสรวง คือออกจากที่บูชายัญนั้น
พร้อมกับมหาชนผู้เกิดความอุตสาหะเพื่อจะทำการอภิเษก. บทว่า สํเวคํ
ชนยิตฺวาน ยังความสังเวชให้เกิดคือให้เกิดความสังเวชเป็นอย่างยิ่งว่า การ
อาศัยอยู่ในโลกมีอันตรายมาก. บทว่า มหาทานํ ปวตฺตยึ บริจาคมหา-
ทาน คือสร้างโรงทาน ๖ แห่ง แล้วบริจาคมหาทาน เช่นกับทานของพระ-
เวสสันดร ด้วยการบริจาคทรัพย์มาก. ด้วยบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
แสดงความที่มหาทานนั้นเป็นไปแล้วตั้งแต่ได้รับอภิเษก.
บทว่า ทกฺขิเณยฺเย อทตฺวาน คือเราไม่บริจาคไทยธรรมในทัก-
ขิไณยบุคคลแล้ว . บทว่า อปิ ฉปฺปญฺจ. รตฺติโย พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงแสดงว่า ทุกครั้งเราไม่บริโภคของดื่มของเคี้ยวและของบริโภค ๖ ราตรี
บ้าง ๕ ราตรีบ้าง.
ได้ยินว่า ในครั้งนั้นพระโพธิสัตว์ ทรงกระทำชมพูทวีปทั้งสิ้นให้
เจริญงอกงาม ทรงบริจาคมหาทานดุจฝนตกห่าใหญ่. พระโพธิสัตว์ทรงบริ-
จาคทานมากมาย และประณีตทั้งนั้น มีข้าวและน้ำเป็นต้นในโรงทาน แก่