ทรงเกลียดหม่อมฉันเพราะเหตุไร ? คือพระองค์ทรงเกลียด หมดความ
รักเสียแล้ว. บทว่า รมฺมา จาเวสิ มํ านา คือพระองค์จะให้หม่อมฉัน
เคลื่อนจากสถานอันน่ารื่นรมย์นี้. บทว่า วาโตว ธรณีรุหํ เหมือนลมพัด
ให้ต้นไม้หวั่นไหวฉะนั้น พระนางทูลถามท้าวสักกะว่า พระองค์มีพระ-
ประสงค์จะให้หม่อมฉันเคลื่อนจากเทวโลกนี้ เหมือนลมแรงพัดถอนตัดไม้
ฉะนั้น เพราะเหตุไรหนอ ?
บทว่า ตสฺสิทํ ตัดบทเป็น ตสฺสา อิทํ ความว่า ท้าวสักกะ
ได้ตรัสกะพระนางดังนี้อีก. บทว่า น เจว เต กตํ ปาปํ เจ้าไม่ได้ทำ
ความชั่วเลย คือ ความชั่วไร ๆ เจ้ามิได้ทำไว้ ความผิดของเจ้าก็ไม่มี. บทว่า
น จ เม ตฺวํสิ อปฺปิยา เจ้ามิได้เป็นที่รักของเราก็หามิได้ อธิบายว่า.
เป็นที่เกลียดชัง ไม่เป็นที่รักก็หามิได้.
บัดนี้ ท้าวสักกะเมื่อจะทรงแสดงถึงความประสงค์ที่จะประทานพร
จึงตรัสว่า อายุของเจ้ามีประมาณเท่านี้เอง เวลานี้เป็นเวลาที่เจ้าจักต้องจุติ
เมื่อจะทรงให้พระนางรับพรจึงตรัสว่า เจ้าจงรับพร ๑๐ ประการอัน
ประเสริฐสุดที่เราให้เถิด.
ในบทเหล่านั้น บทว่า วรุตฺตเม คือพรอันประเสริฐสุดกว่าพร
ทั้งหลาย. บทว่า ทินฺนวรา คือพรอันท้าวสักกะประทานแล้วด้วยทรงให้
ปฏิญญาว่า เราจักให้พร. บทว่า ตุฏฺหฏฺา นางมีพระทัยยินดีร่าเริง
คือยินดีด้วยความพอใจในลาภที่พระนางปรารถนาไว้ และร่าเริงด้วยเห็น