Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 269

เล่ม มมร. 74 หน้า 269 ข้อ 13
ลานหลวง ขอให้มหาชนจงมาประชุมดูเถิด วันรุ่งขึ้นรับสั่งให้ตกแต่งพระ- ลานหลวง แล้วตรัสเรียกหาพราหมณ์ให้เข้าเฝ้า. พราหมณ์จึงนำพระมหา- สัตว์ในตะกร้าแก้วไปวางตะกร้าไว้ ณ ที่ลาดอันวิจิตรนั่งอยู่. พระราชาก็เสด็จ ลงจากปราสาทแวดล้อมด้วยมหาชนประทับนั่งเหนือราชอาสน์. พราหมณ์ นำพระมหาสัตว์ออกมาแล้วให้ฟ้อน. พระมหาสัตว์แสดงไปตามที่พราหมณ์คิด ให้แสดง. มหาชนไม่อาจทรงภาวะของตนไว้ได้. ต่างยกผ้าพันผืนโบกไปมา แล้วฝนตกเบื้องบนพระมหาสัตว์. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ตทาปิ มํ ธมฺมจารึ แม้ในกาลนั้นเราเป็นผู้ประพฤติธรรมเป็นอาทิ. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตทาปิ คือแม้ในกาลที่เราเป็นนาคราช ชื่อว่า จัมเปยยกะ. บทว่า ธมฺมจารึ คือประพฤติกุสลกรรมบถ ๑๐. ชื่อว่าผู้ ประพฤติธรรม เพราะไม่ประพฤติสิ่งที่เป็นอธรรมแม้แต่น้อย. บทว่าอุปวุฏฺ- อุโปสถํ คือเข้าจำอุโบสถด้วยการรักษาอริยอุโบสถศีล ประกอบด้วยองค์ ๘. บทว่า ราชทฺวารมฺหิ กัฬติ คือให้เล่นอยู่ที่ประตูพระราชวัง ของพระเจ้า อุคคเสนะในกรุงพาราณสี. บทว่า ยํ ยํ โส วณฺณํ จินฺตยิ คือพราหมณ์ หมองูนั้นคิดว่า จงเป็นสีเขียวเป็นต้นเช่นใด. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ไว้ว่า นีลํ ว ปีตโลหิตํ สีเขียว สีเหลือง สีแดง เป็นอาทิ. ในบทเหล่านั้น บทว่า นีลํ ว. วา ศัพท์ เป็นความไม่แน่นอน. วา ศัพท์ ทำเสียงให้สั้นเป็น ว ศัพท์ เพื่อสะกดด้วยในการแต่งคาถา. ด้วย วา ศัพท์นั้น ท่านสงเคราะห์เอาความต่างของสี มีสีขาวเป็นต้น ความต่าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka